เรื่องเล่าสยองขวัญเพื่อนกลับมาที่ห้องหลังจากตายไปแล้ว 

ฉันมีเพื่อนอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งเราทุกคนเป็นผู้ชายมีเพียงแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้หญิงแต่ก็เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันตอนนั้นเพื่อนของเราคนหนึ่งรอเขาใช้ชื่อว่ากุ้งก็แล้วกันตอนนั้นกุ้งออกไปซื้อของให้กับห้องของเราซื้อของให้เพื่อนๆเช่นพวกขนมของกินมันจากนั้นกุ้งก็ออกไปนานมาก

ซึ่งเขาก็ไม่กลับมาสักทีผ่านไป 2 ชั่วโมงก็ยังไม่กลับมาทุกคนเลยเลือกที่จะขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามหากุ้งกันออกไปได้สักพักก็พบศพของกุ้งนอนตายอยู่ตรงทางโค้งซึ่งหลังจากนั้นก็ไปแจ้งตำรวจและเราก็ได้ การเผาศพและทำพิธีกรรมกับทางครอบครัวของกุ้งเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งหลังจากนั้น 1 อาทิตย์ผ่านไปพวกเราก็ยังไม่หายกลัวเรื่องราวเพราะว่าภาพนั้นเป็นภาพที่ติดตามพวกเรามากพวกเราก็นอนไม่หลับวันนี้พวกเราเลยคิดจะมานั่งล้อมวงคุยกัน ซึ่งตอนนั้นทุกคนก็คุยกันคุยกันไปคุยกันมาอยู่ๆก็จะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะจังหวะซึ่งทุกคนก็พากันหยุดคุยกันทีหลังจากนั้นก็รอสักพักนึงแต่ก็ยังมีเสียงเคาะอยู่แต่ไม่มีใครเลยพี่จะลุกขึ้นไปเปิดประตูเอา

แต่นั่งเงียบกันอยู่อย่างนั้นจะอยู่เสียงเคาะก็หายไปหลังจากนั้นก็มีเสียงเคาะขึ้นมาใหม่อีกครั้งซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของรุ่นพี่ที่ได้เสียชีวิตไปซึ่งเขาร้องว่ามาแล้วมาแล้วเปิดประตูสิซื้อของมาแล้วทุกคนถึงกับแทบช็อคจนแทบจะเป็นลมเนื่องจากเสียงนั้นคือเสียงของรุ่นพี่ทีป ชีวิตไปเมื่อ 1 อาทิตย์ที่แล้วนี่เอง คนในหอนั้นโดนกันหมดเลยเพิ่งมาถึงตาของหอเราเราก็เป็นเหมือนกัน

ได้ยินเสียงเรียกแบบนั้นเช่นเดียวกันเพื่อนเราคนนึงที่เป็นคนที่สนิทที่สุดกับคนที่เสียชีวิตก็บอกว่าจะตายแล้วนะไปเถอะเดี๋ยวฉันทำบุญไปให้ไปสักทีซึ่งหลังจากนั้นก็มีเสียงหมาหอนเสียงดังพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างทรมานและเสียงก็หายไปซึ่งนั่นทำให้ทุกคนสนใจจะนอนกันไหมล่ะทุกคนในหอพากันตาตื่นไม่หลับเช้าวันต่อมาทุกคนต่างก็ตาเป็นแพนด้าเดินเข้ามาจับกลุ่มคุยกันทั้งหอพูดถึงเรื่องที่เกิด

ซึ่งทุกคนก็รู้ว่ารุ่นพี่นั้นมาคุยกับพวกเขาจริงๆนั่นทำให้มีนักเรียนคนหนึ่งที่เป็นคนที่กลัวผีมากๆถึงกับเข้าโรงพยาบาลจิตเวชเลย หลังจากนั้นทุกๆคืนก็จะมีเสียงคนเคาะประตูในห้องของคนที่เสียชีวิตขยับไปมาเองนะตอนกลางคืนก็มีเสียงอาบน้ำจนสุดท้ายเพื่อนของเราก็ทำการทำบุญครั้งใหญ่ทั้งมหาลัยพากันทำบุญครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาให้กับคนที่เสียชีวิตเพื่อที่เขาจะไม่ได้มาหลอกหลอนอีกและสุดท้ายเรื่องราวก็ค่อยๆเงียบไป

 

สนับสนุนโดย  bk8

ตำนานแม่มด 

    หากพูดถึงคำว่าแม่มดหลายคนมักจะนึกถึงหญิงหญิงแก่สุ่มผ้าคลุมสีดำสามารถมีเวทย์มนต์และมักชอบขี่ไม้กวาดรวมถึงแม่มดจะสามารถเสกคาถาและฝากใครก็ได้ซึ่งมีการแต่งนิทานขึ้นมามากมายเกี่ยวกับแม่มดรวมถึงการนำแม่มดมาสร้างเป็นภาพยนตร์มากมายหลายเรื่อง

แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าคนส่วนใหญ่แล้วในอดีตมีการเชื่อว่าแม่มดนั้นมีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ของชาวอเมริกันเมื่อ 300 กว่าปีมาแล้วเคยเกิดเหตุการณ์ที่ชาวบ้านคลั่งไคล้เรื่องลัทธิแม่มดเป็นจำนวนมากในบางกลุ่มลักลอบตั้งตนเป็นแม่มดและในขณะที่ชาวบ้านก็ออกตามล่าหาแม่มดเพื่อนำมาจับจุดไฟเผาเพื่อทำลายแม่มดในประวัติศาสตร์ของอเมริกาในช่วงประมาณปี  1692-1693

ได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริการัฐแมสซาซูเสสโดยพบว่าที่ชุมชนแห่งหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านโดยอยู่มาวันหนึ่งเขาพบว่ามีเด็กหญิงหลายคนในหมู่บ้านมีอาการชักรวมถึงมีการโวยวายและส่งเสียงกรีดร้องและยังพูดภาษาที่ไม่สามารถให้ใครเข้าใจได้ว่าพูดเรื่องอะไรซึ่งอาการของเด็กในหมู่บ้านที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ทั้งบรรดาบาทหลวงรวมถึงคุณหมอที่อยู่ในหมู่บ้านต่างก็รู้สึกกังวลกับอาการของเด็กๆ

แต่เนื่องจากในสมัยก่อนวิวัฒนาการการรักษาและการเข้าใจโลกไม่ได้เก่งกาจเหมือนในปัจจุบันนี้ดังนั้นผู้คนจึงมักเชื่อไปในทางเรื่องเร้นลับมากกว่าจะเชื่อว่าเด็กในหมู่บ้านเกิดอาการป่วยขึ้นพร้อมๆกันเหมือนอย่างที่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยก็ยังมีการเกิดสำหรับเด็กนักเรียนที่มีอาการเหมือนกันโวยวายกรีดร้องหรือแม้แต่เป็นลมโดยคุณหมอแผนปัจจุบันก็จะบอกว่าเป็นอาการของโรค ต้องการอุปทานหมู่แต่เหตุการณ์แบบนี้ถ้าเกิดขึ้นในสมัยโบราณชาวบ้านมักจะเชื่อกันว่าเป็นเพราะผู้คนเหล่านั้น ถูกภูตผีปีศาจฝากแจ้งทำร้ายและในเหตุการณ์นั้น

ที่เด็กๆหลายคนในหมู่บ้านของ รัฐแมสซาซูเสสมีอาการโวยวายขึ้นมาพร้อมกันคือการที่เด็กๆเหล่านั้นถูกแม่มดสาปแช่งดังนั้น  ทั้งบาทหลวงน้าหมอรวมถึงชาวบ้านจึงต้องหาแม่มดมาลงโทษให้ได้และเหตุการณ์ในครั้งนั้นชาวบ้านและบาทหลวงก็มั่นใจว่าแม่มดคนดังกล่าวคือหญิงผิวดำที่รับหน้าที่สอนหนังสือให้กับเด็กๆในหมู่บ้านเนื่องจากเด็กๆ

จะมีการคลุกคลีกับหญิงทำการดังกล่าวอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้มาสอนหนังสือให้ เลยว่ากันว่าระหว่างที่หญิงนำคนดังกล่าวสอนหนังสือเด็กเธอก็ใช้เวทมนต์ดำสาปแช่งเด็กๆไปด้วยทีละคนทีละคนดังนั้นเธอจึงถูกชาวบ้านและบาทหลวงจับตัวไปเพื่อทำการทรมานให้ยอมรับสารภาพว่าเธอนั้นเป็นแม่มด

ซึ่งในขณะนั้นหากจับได้ว่าใครเป็นแม่มดโทษสูงสุดก็คือการฆ่าให้ตายด้วยการแขวนคอ ในปัจจุบัน บ้านของผู้พิพากษาที่ชื่อโจนาธานเคยเป็นบ้านของแม่มดในสมัยปี 1692 ที่ยังหลงเหลืออยู่ให้ประชาชนคนปัจจุบันได้เห็น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8