ตำนานนารีผล หรือมักกะลีผล

          เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับเรื่องนารีผลหรือมักกะลีผลซึ่งว่ากันว่าเป็นผลไม้ที่อยู่ในป่าหิมพานต์ ซึ่งลักษณะของผลของนารีผลนั้นจะเป็นรูปร่างของหญิงสาวซึ่งส่วนหัวนั้นจะอยู่ติดกับขั้วตรงกิ่งไม้ โดยจะมีผมยาวและมีสีทองมีรูปร่างหน้าตาสะสวยดวงตากลมโตสามารถพูดคุยได้เหมือนกับมนุษย์

เมื่ออายุครบ 7 วันก็จะเหี่ยวเฉาและมีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์ แม้ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเท่านั้นแต่เมื่อประมาณปีค.ศ 1996 ได้มีข่าวลงในหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งซึ่งเป็นข่าวที่โด่งดังมากของประเทศไทยโดยมีเนื้อหาใจความสำคัญว่า พบซากคล้ายสัตว์แห้งๆแต่ว่ามีกลิ่นหอมมากโดยคนที่ครอบครองเอาไว้อ้างเอาไว้ว่า

สิ่งที่เขาถือครองอยู่นี้คือมักรีผล แต่อย่างไรก็ตามหลายคนที่ได้เห็นภาพรูปมักกะลีผลที่มีการนำมาแสดงแล้วกลับคิดเป็นอีกอย่างหนึ่งว่าภาพดังกล่าวนั้นน่าจะเป็นภาพของตัวอ่อนของเด็กที่ยังไม่โตเต็มที่แล้วถูกนำมาทำให้แห้ง และยังมีการเล่าลือกันอีกว่าที่จริงแล้วมักรีผลนั้นไม่มีอยู่จริงเป็นเพียงแค่ตำนานที่เล่าหรือพูดคุยกันมาเท่านั้นโดยมักกะลีผลที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนั้นแท้ที่จริงแล้วก็เป็นเพียงแค่มันที่มีคนนำมาแกะสลักเป็นรูปร่างของคนขึ้นมาเท่านั้นเอง

ซึ่งมักรีผลที่มักจะเห็นกันอยู่มากนั้นมักจะมีขายอยู่ที่บริเวณชายแดนประเทศลาว อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้ว่ามักรีผลนั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นแค่เรื่องเล่าหรือตำนานหรือเป็นเรื่องจริงก็แล้วแต่แต่คนในสมัยโบราณก็ยังคงมีการเชื่อกันว่ามักรีผลนั้นมีอยู่จริงและตำนานป่าของหิมพานต์นั้นก็มีอยู่จริงด้วยเช่นเดียวกันดังที่เรามักจะได้ยินเกี่ยวกับนิทานที่มีการกล่าวถึงเรื่องของป่าหิมพานต์อย่างเช่นเรื่องของพรานบุญที่ไปจับกินรีมาก็มาจากป่าหิมพานต์นั่นเอง

ซึ่งปัจจุบันนี้เรายังสามารถเห็นมักรีผลได้จากภาพว่าต่างๆซึ่งจะมีการว่าตามฝาผนังของโบสถ์ภายในบริเวณวัด สำหรับเรื่องราวของนารีผลนั้นเกิดขึ้นในสมัยที่พระเวสสันดรและนางมัทรีพร้อมกับลูกทั้งสองคนนั้นถูกส่งให้เดินทางเข้าไปยังในป่าหิมพานต์ เลยให้เขาเหล่านั้นเข้าไปบำเพ็ญเพียรอยู่ภายในป่าหิมพานต์ซึ่งที่นั่นจะมีสัตว์ป่าอยู่มากมาย

อย่างไรก็ตามในป่าหิมพานต์นั้นก็มีพวกฤาษีและคนที่ไปบำเพ็ญเพียรตบะคนอื่นๆต่างก็พากันไปพูดคุยกับพระเวสสันดรและนางมัทรีเนื่องจากว่านางมัทรีนั้นเป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างสวยงามจึงทำให้พวกคนที่ไปบำเพ็ญเพียรนั้นอยากได้นางมัทรีเป็นภรรยาเมื่อเทวดารู้เรื่องเข้าจึงได้เนรมิตต้นไม้จำนวน 16 ต้นปลูกเอาไว้บริเวณรอบบ้านของพระเวสสันดรและนางมัทรี

ซึ่งต้นดังกล่าวนั้นก็คือต้นมักกะลีผลนั่นเอง ว่ากันว่า เมื่อมักรีผลออกดอกนั้นเพื่อจะมีหน้าตาคล้ายกับหญิงงามคล้ายๆกับ เทพธิดาโดยเทวดานั้นต้องการเศษให้นารีผลนั้นคอยขัดขวางไม่ให้คนที่บำเพ็ญเพียรนั้นได้เข้าไปยุ่งกับนางมัทรีและพระเวสสันดรได้จนท้ายที่สุดแล้วเมื่อพระเวสสันดรและนางมัทรีเดินทางออกจากป่าหิมพานต์ต้นนารีผลนั้นก็ยังคงอยู่ในป่าหิมพานต์เหมือนเดิมนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า rb88

ตำนาน ภูตโนม 

เรื่องของแฟรี่ในอดีตเคยมีการค้นพบและมีการบันทึกเป็นลายลักอักษรและมีภาพยืนยันอย่างเป็นทางการมากแล้ว

สำหรัยข้อมูลแฟรี่ตรงนี้เราต้องขอบอกว่าเรื่องของภูตผี เรื่องของปีศาจ หรือ ภูตจิ๋ว ตำนานต่างๆในอดีตนั้นมันก็จะมีแต่เรื่องเล่ามันจะมีแต่คำบอกต่อที่มันไม่ได้มีหลักฐานหรือลายลักอักษรที่ชัดเจนแต่สำหรับเรื่องของแฟรี่มันได้มีการถูกพูดถึงและมีการบันทึกภาพเอาไว้ได้

โดยข้อมูลตรงนี้ได้มีการบันทึกและได้มีการบอกเอาไว้ว่า เมื่อประมาณปี1917 ก็ได้มีเด็กผู้หญิงสองคนที่มีชื่อว่า Elsie Wright กับ Frances Griffiths

ซึ่งทั้งคู่นั้นก็ได้ถ่ายรูปภาพติดสิ่งที่มีชีวิตที่ประหลาดได้โดยสิ่งที่มีชีวิตประหลาดนั้นมันได้มีลักษณะที่คล้ายกับมนุษย์เลยแต่มีลักษณะตัวที่เล็กกว่ามนุษย์อยู่หลายเท่าอีกทั้งยังได้มีปีนที่ดูคล้ายกับผีเสื้อที่ได้บินอยู่โดยบริเวณรอบๆตัวเธอ ซึ่งรูปภาพนี้มันได้ถูกบันทึกเอาไว้ตามข้อมูลก็คือมันได้เป็นพื้นที่บริเวณบนหุบเขาคอททิงเลย์,Cottingleyในประเทศอังกฤษ

ซึ่งภาพที่ถูกถ่ายได้นั้นมันได้เป็นภาพที่ถ่ายจากกล้องของพ่อพวกเธอและพวกเธอนั้นก็ยังได้บอกอีกว่าเขาได้ไปเจอแฟรี่ตัวเป็นๆมาแล้วและยังได้เข้าไปเล่นกับแฟรี่เหล่านั้นพร้อมทั้งยืนยันอีกว่าแฟรี่เหล่านั้นคือเพื่อนของพวกเธอ ซึ่งในตอนแรกพ่อของเด็กทั้งสองก็คือว่าเป็นเรื่องเล่นเป็นเรื่องการหยอกล้อคิดว่าเป็นภาพที่แต่งขึ้นมามันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่

อะไรแต่ในเวลาอีกสองเดือนต่อมาพวกเธอทั้งสองก็ได้ถ่ายภาพกับภูตอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในครั้งนี้มันได้แปลกกว่าครั้งที่แล้วก็คือภูตที่พวกเธอนั้นเจอมันไม่ใช่ภูตป่าแฟรี่ แต่พวกเขาได้เจอภูตในรูปแบบ ภูตโนม  คือภูตโนมตรงนี้ที่เราจะพูดถึงมันก็คือคล้ายกับคนแคะที่มีตัวเล็กมากๆ

มีส่วนสูงราวๆประมาณ50ถึง80เซนเท่านั้น ภูตเหล่านี้จะอาศัยอยู่บที่บริเวณต้นไม้หรือรากต้นไม้แล้วจะออกมาหากินหรืออกมาหาอาหารในช่วงเวลากลางคือที่ไม่ได้มีมนุษย์เข้ามาพบเจอพวกเขานั่นเอง ซึ่งการถ่ายภาพติดภูตในครั้งนี้มันได้เป็นเรื่องใหญ่มากเพราะว่าพ่อของพวกเขาก็ได้นำเอารูปภาพของภูตโนมตัวนี้ไปส่งให้กับ Sir Arthur Conan Doyle ที่ได้เป็นผุ้ที่แต่งเรื่องเชื่อโคมขึ้นมา

เพราะว่าพ่อของพวกเธอนั้นจะต้องการให้ Sir Arthur Conan Doyleได้พิสูจน์รูปภาพเหล่านี้ว่ามันเป็นรูปภาพจริงหรือเปล่าหรือมันได้เป็นภาพที่ได้เกิดขึ้นมาจากการแต่งภาพการซ้อนภาพและการแต่งภาพออกมาปรากฎว่าผลที่ออกมาจากการวิจัยของ Sir Arthur Conan Doyleนั่นก็คือรูปๆนี้มันได้เป็นรูปจริงไม่ได้มีการซ้อนภาพหรือการตัดแต่งรูปภาพแต่อย่างใด

 

สนับสนุนโดย  letou

ปลาดาวเหล็กที่โรคไอแลนด์

ในเดือนสิงหาคมปี2017 ก็ได้มรการค้นพบวัตถุโลหะที่มีลักษณะที่ดูคล้ายกับปลาดาว โดยมันได้ถูกค้นพบในช่วงน้ำลง ซึ่งมันก็ได้อยู่ห่างออกไปจากชายฝั่งของรัฐโรคไอแลนด์ออกไปประมาณ3เมตร ซึ่งในตอนแรกนั้นทางด้าน ประธานสมาคมอีท์บีช ปีเตอร์ บร็อคแมนน์

อาจจะกลัวว่ามันอาจจะเป็นวัตถุระเบิด โดยเขาก็ได้บอกกับทางด้านสื่อข่าวเดอะเวสเทอร์รี่ซันว่า “เราต้องการที่จะต้องรู้ให้แน่ชัดได้ว่ามันคืออะไรกันแน่ก่อนที่พวกเราจะนำเอามันขึ้นมาจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังได้มั่นใจว่าสิ่งนั้นมันไม่ใช่วัตถุที่เป็นระเบิดจากนั้นมามันก็ได้

มีข้อสันนิษฐานในความเชื่อเกิดขึ้นมามากมายที่จะต้องการค้นหาคำตอบว่ามันคืออะไรกันแน่ โดยมันก็จะมีแต่ตั้งการคาดเดากันว่ามันคือซากวัตถุอุปกรณ์ของทางนักวิทยาศาสตร์ไปจนถึงโครงสร้างของมนุษย์ต่างดาว

ซึ่งทางด้าน บร็อคแมนน์ ก็ได้พยายามที่จะติดต่อไปยังกองทัพเรือของสหรัฐและฟาร์มกังหันลมที่อยู่ใกล้เคียงและรวมไปถึงท่าเรือท้องถิ่นเพื่อสอบถามแต่ทุกฝ่ายที่ได้บอกปฏิเสธว่ามันไม่ใช่ของพวกเขาจากนั้นทางด้านศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยโรคไอแลนด์ก็ได้เสนอความคิดว่ามันก็อาจจะเป็นซากเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ชนิดหนึ่ง

ที่มันอาจจะถูกใช้เอาไว้เป็นการวัดความเร็วที่มันได้อยู่ใต้กระแสน้ำที่มันได้อยู่ใต้ท้องทะเลหลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนผู้คนจำนวนเกือบร้อยคนก็ได้รวมตัวกันเพื่อที่จะเข้ามาดูการกู้วัตถุปริศนานี้นำเอาขึ้นมาจากท้องทะเลจากนั้นในที่สุดการกู้ก็สำเร็จโดยใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงแต่ในขณะที่กำลังจะนำเอาวัตถุปริศนานี้ขึ้นมามันเกิดหลักและแยกตัวออกจากกัน

แต่ถึงจะนำเอามันขึ้นมาได้และพยายามประกอบมันกลับเข้าด้วยกันก็ยังไม่สามารถที่จะรู้ถึงที่มา หรือวัตถุประสงค์ที่สิ่งนี้มันได้ถูกสร้างขึ้นมาและเมื่อไม่นานก็ได้มีรายว่าวัตถุปริศนานี้มันก็ได้ถูกนำเอาไปในสถานที่ที่ไม่มีการเปิดเผยจากนั้นก็ไม่มีใครได้รับรู้อีกเลยว่าวัตถุปริศนานี้มันคืออะไรกันแน่ที่พวกเขาได้นำเอามันขึ้นมาจากใต้ท้องทะเลและมันก็ยังไม่มีข้อสรุปออกมาเลย

ว่ามันเป็นปริศนาอะไรกันแน่ซึ่งผู้คนต่างก็อยากรู้คำตอบและทราบที่มาของสิ่งวัตถุที่แปลกประหลาดนี้ว่ามันมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไรและมันมาอยู่ใต้ท้องทะเลตั้งแต่เมื่อไรนานแล้วหรือยังจากที่ได้มีการค้นพบจนกถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบใดๆที่จะออกมาประกาศให้ได้รับรู้กันอีกเลยและก็ไม่มีหลักฐานที่จะยืนยันได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน สล็อต

ช่วง2499อันพาลครองเมืองกันจริงหรือเปล่า?

พูดถึง2499อันพาลครองเมืองเราก็คงจะต้องนึกถึง แดงไบเล่ย์ ดำเอสโซ่ บุ๊ระเบิดขวด รวมไปถึง เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ คนที่ได้คอยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เราได้ฟังคนนี้จริงๆแล้วเป็นเจ้าของนามปากา สุริยัน ศักดิ์ไธสง ผู้ออกหนังสือสิ้นทางมาเฟียเป็นหนังสือที่ได้เล่าเรื่องราวในวัยเด็กที่เขาได้อยู่กับพวกเพื่อนในวัยเด็กเหล่านั้น

เรื่อง2499อันพาลครองเมืองได้เป็นภาพยนตร์ที่ชวนให้เราได้ตามไปดูความทรงจำของ  เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ ที่ได้เล่าถึงวีรกรรมของกลุ่มวัยรุ่นสุดเก๋าในยุค2499 ได้แก่ แดงไบเล่ย์  แหลมสิงห์  บุ๊ระเบิดขวด ดำเอสโซ่  เพื่อนๆในวัยเยาว์ของเขาที่ได้ผ่านเหตุการณ์สำคัญมามากมาย

นับตั้งแต่เริ่มเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันนั่งจิบชาจิบกาแฟคุยกันในความไม่ลงรอยกันของเพื่อนของ  เปี๊ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ และเพื่อนของ  บุ๊ระเบิดขวด จนนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่าง  บุ๊ระเบิดขวด กับ แดงไบเล่ย์ และยังได้รวมไปถึงปัญหาของ วัลภา แฟนของแดงที่ตอกย้ำรอยร้าวฉานระหว่างแดงกับบุ๊จนกลายเป็นที่มาของการแก้แค้นกันมายาวนานที่นับตั้งแต่ ศึกสิบสามห้างบางลำพูไล่ไปจนกระทั่งทุกคน

ต้องหนีจากการกวาดร้างออกจากพระนครไปอยู่ที่ชลบุรีการวนกลับมาทำธุรกิจเถื่อนร่วมกันที่นั่นมันก็ไม่ได้ช่วยให้ความสัมผัสของทั้งคู่ดีขึ้นเลย จนนำมาสู่การแก้แค้นอย่างนองเลือดที่งานบวชของแดงไบเล่ย์ในที่สุดหลังจากที่หนังได้ออกมาก็ยังมีอีกหนึ่งคนที่ชื่อว่าปุ๊กรุงเกษมที่ได้เป็นสามีของคุณแหวน ฐิติมา เขาก็ออกมาบอกว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องแต่ง

แต่เรื่องจริงๆแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลยเขาต่างหากที่เป็นคนที่ตีกับแดงไบเล่ย์ไม่ใช่ปุ๊ระเบิดขวด ซึ่งปุ๊ระเบิดขวดนั้นจริงๆแล้วก็ไม่ได้ใช่ระเบิดขวดด้วยและแดงไบเล่ย์เขาก็ไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้นแถมเปี็ยก วิสุทธิ์กษัตริย์ ที่ได้เป็นคนเล่าเรื่องก็ไม่มีใครรู้จักเลย

ในยุคสมัยนั้นเรียกได้ว่าแทบจะบอกว่าหลังสือทั้งเล่มหรือว่าหนังทั้งเรื่องมันได้เป็นอาชญนิยาย หรือว่าเรื่องที่แต่งขึ้นมาเลยที่สำคัญหลังจากนั้นคุณวัลภาซึ่งเป็นอดีตแฟนของแดงไบเล่ย์ก็ออกมารายการอีกแล้วก็เล่าต่างกันไปแบบคนละทิศคนละทางไปหมดเรื่องจริงในยุคนั้น

เป็นยังไงเราก็ไม่รู้หรอกเพราะว่าคนในยุคนั้นก็ค่อยๆล้มหายตายจากกันไปหมดแล้วแถมคนอื่นที่ออกมาเล่าก็”ราโชมอน”สุดๆคนนั้นเติมแบบนี้คนนั้นเติมแบบนั้นแต่สิ่งนึงที่เรารู้กันแน่ๆก็คือ ในยุค2499-2500 อันธพาลเดินกันเต็มเมืองจริงๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก

Doppelgangerหรือร่างแยกของตัวเอง

ถ้าหากว่าใครได้เห็นDoppelgangerหรือร่างแยกของตัวเองแล้วคนๆนั้นจะถึงฆาตในไม่ช้า

เวลาที่เราได้พูดถึงความเชื่อหรือรางบอกเหตุหรือรางร้ายหรือลางสังหรณ์มันมีความเชื่อในเรื่องนี้อยู่ทั่วโลก ซึ่งในแต่ละที่นั้นมันก็จะมีความเชื่อที่มีความแตกต่างกันออกไป โดยในประเทศเราจะมีความเชื่อว่า ถ้าหากว่าเรานอนฝันเห็นคนๆนึงมาหาหรือเห็นคนๆนั้นเกิดอุบัติเหตุ

อยู่ในความฝันของเราหรือในบางทีมีข้าวของชิ้นสำคัญของของบุคคลคนนั้นหรือรูปภาพคนๆนั้นหล่นแตกเราก็จะมีความรู้สึกแล้วก็มีความเชื่อว่าคนๆนั้นกำลังจะมีลางร้ายหรือมีเหตุร้ายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งในต่างประเทศเขาก็มีอยู่เช่นกัน โดยต่างประเทศก็ได้เรียกสิ่งๆนี้

ว่าDoppelgangerซึ่งในคำว่าDoppelgangerมันมาจากภาษาอังกฤษอยู่สองคำคือคำว่าDoppelกับgangerแล้วถ้าหากนำเอาสองคำนี้มารวมกันก็คือDoppelganger,แฝดปีศาจนั้นเองโดยคำว่าDoppelgangerที่เราได้พูดถึงตรงนี้มันได้เป็นคำที่ได้เอาไว้ใช้เรียกบุคคลคนหนึ่ง

ที่ปรากฎตัวตนออกมาเพิ่มอีกหนึ่งตัวตนโดยที่ยังมีตัวตนบุคคลคนนั้นอยู่บนโลกแต่ตัวตนที่ได้มีเพิ่มขึ้นมาตรงนี้มันไม่ใช่ตัวตนที่เกิดขึ้นมาจากการที่แสงแดดลงกระทบลงมาที่ร่างกายและเกิดเป็นเงาขึ้นมาแต่มันได้เป็นบุคคลคนนั้นจริงๆ

ซึ่งตัวตนที่ได้เกิดขึ้นมาตรงนั้นมันได้มีข้อที่แตกต่างกับร่างจริงอยู่หนึ่งอย่างนั่นก็คือDoppelgangerหรือร่างที่มันได้เกิดขึ้นมาตรงนั้นจะไม่พูดและไม่สือสารอะไรกับใครเลยและ ถ้าหากตัวตนที่ได้มีเพิ่มขึ้นมาตรงนั้นไปอยู่ตรงหน้ากระจกหรือส่งที่มันสามารถที่จะสะท้อนภาภพได้ภาพที่ออกมามันจะไม่มีเงาหรือตัวตนคนนั้นอยู่ในกระจกนั้นเอง

ซึ่งเหตุการณ์ที่ได้พบเจอDoppelgangerหรือตัวตนอีกตัวตนขึ้นมาตรงนี้ในอดีตที่ผ่านมาก็ได้มีการค้นพบเจอและได้มีการบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในปี1905 ได้มีการนับประชุมกันระหว่างสมาชิกวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักร

โดยการประชุมในครั้งนั้นก็ได้มีสมาชิกคนหนึ่งที่มีชื่อว่าGilbert Parkerได้เข้าร่วมการอภิปรายในครั้งนั้นและเป็นคนที่จดเช็คชื่อว่าใครจะมาเข้าประชุมใครลา ซึ่งในการประชุมในครั้งนั้นได้สมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่งที่มีชื่อว่าSir Frederick Carne Rasch

เขาได้มีอาการป่วยแล้วเขาได้ส่งหนังสือแจ้งขอลามากับทางGilbert ParkerและGilbert Parkerเองเขาก็ได้รับทราบเรื่องและคิดว่าเขาคงไม่สามารถที่จะเข้ามาทำงานได้

 

สนับสนุนโดย  bk8

ตำนานถ้ำพระนาง จังหวัดกระบี่ 

         สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่นั่นก็คือพระนางซึ่งเป็นสถานที่ที่ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างพากันกราบไหว้บูชาและขอพรโดยที่นี่ชาวบ้านมักจะนำปลัดขิกไปถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณหาดถ้ำพระนางเนื่องจากว่ามีความเชื่อกันว่ามีวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่ง

สิงสถิตอยู่ในถ้ำแห่งนี้ชาวบ้านให้มีการตั้งศาลเพียงตาไว้เพื่อให้หญิงสาวคนนั้นได้อยู่ที่ศาลเพียงตาแห่งนี้รอคอยช่วยเหลือปกปักรักษาชาวบ้านในจังหวัดกระบี่ซึ่งถ้าหากชาวบ้านคนไหนที่จะมีการออกเรือไปหาปลาแล้วก็มาขอพรที่ศาลเพียงตาแห่งนี้เพื่อขอให้ตนเองนั้นแคล้วคลาดปลอดภัย

จากอันตรายและกลับมาบ้านได้อย่างปลอดภัยสำหรับข่าวถ้ำผานางนั้นจะอยู่ตรงบริเวณหาดไร่เลย์ซึ่งที่หาดแห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวที่ชอบความเงียบสงบจะมาเที่ยวกันที่นี่เนื่องจากน้ำทะเลจะใสและมีความสงบแล้วยังมีสารศักดิ์สิทธิ์ให้นักท่องเที่ยวนั้น

มากราบไหว้ขอพรอีกด้วยสำหรับเรื่องราวความรักของตำนานถ้ำนางแห่งนี้เกิดขึ้นโดยมีตำนานเล่ากันต่อต่อกันมาว่าเมื่อหลายพันปีมาแล้วมีสามีภรรยาคู่หนึ่งแต่งงานอยู่กินด้วยกันมานานหลายปีแต่ทั้งคู่นั้นก็ไม่มีลูกทั้งคู่จึงได้ไปทำการร้องขอ ลูกจากทางพญานาค  และเมื่อพญานาคตกลงตัดสินใจที่จะมอบลูกให้โดยจะมอบเป็นบุตรสาวให้และมีเงื่อนไขว่าเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าว

โตขึ้นมาจะต้องมาแต่งงานกับลูกของพญานาคซึ่งเป็นผู้ชายซึ่งสองสามีภรรยานั้นก็ตกลง แต่แล้วเมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวโตขึ้นมาเธอกลับไม่ยอมแต่งงานกับลูกของพญานาคเธอกลับไปพบรักกับคนอื่นและแต่งงานกับคนอื่นทำให้พญานาคโกรธมากที่หญิงสาวไม่รักษาสัญญาจึงได้ขึ้นมาจากเมืองบาดาลและทำลายพิธีแต่งงานซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น

ทำให้พระฤาษีตนหนึ่งที่บำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำต้องออกมาเจรจาห้ามปรามแต่ทั้งฝ่ายที่เป็นมนุษย์กับฝ่ายที่เป็นพญานาคนั้นไม่มีใครฟังคำห้ามปรามของฤาษีเลยทำให้พระฤาษีนั้นได้ๆคาถาสาปให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นหินทั้งหมดรวมถึงสาปเรือนหอของหญิงสาวกลายเป็นถ้ำซึ่งต่อมาท่านที่ผลิตสีสาปนั้นก็คือถ้ำพระนางนั้นเองสำหรับความศักดิ์สิทธิ์ของธนาคารนั้นมีการเล่าขานมาจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในแถวนั้นว่าเคยมีชาวประมงได้ไปหลบฝนอยู่ในถ้ำ

ดังกล่าวแล้วพบเห็นวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่งวนเวียนอยู่ภายในถ้ำซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าวิญญาณหญิงสาวคนนั้นคือวิญญาณของหญิงสาวที่เคยผิดสัญญากับพญานาคนั่นเองดังนั้นชาวบ้านจึงได้พากันตั้งศาลเพียงตาขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่สิงสถิตย์ของวิญญาณของหญิงสาวคนดังกล่าวและนับตั้งแต่นั้นได้มาชาวบ้านก็มักจะมากราบไหว้ขอพร

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไม่ผ่านเอเย่นต์

เรื่องราวความรักกับตำนานรักสะพานสารสิน 

         สะพานแห่งความรักสารสินนี้อยู่ที่จังหวัดภูเก็ตเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นนี้เป็นความรักของหญิงสาวกับชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งไม่สมหวังในรักจึงได้ตัดสินใจพากันมากระโดดน้ำและเสียชีวิตด้วยการจมน้ำทั้งคู่โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในปีพศ 2516

โดยวันที่เกิดเหตุนั้นตรงกับวันที่ 22 เดือนกุมภาพันธ์สำหรับเรื่องราวความรักที่เป็นโศกนาฏกรรมแห่งความรักในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อว่าโกดำ  แซ่ตัน  เขาเป็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีฐานะยากจนประกอบอาชีพขับรถสองแถวอยู่ในจังหวัดภูเก็ต

ในขณะฝ่ายหญิงนั้นชื่อว่า กิ๋ว  กาญจนา แซ่โง้ว  ทั้งคู่เป็นคนตำบลท่าฉัตรไชยหลังจากที่ทั้งคู่ได้พบรักกันนั้นทั้งคู่ก็ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคมาโดยตลอดโดยอุปสรรคของคนทั้งคู่นั้นก็คือพ่อของ  กิ๋ว  กาญจนา นั่นเองเนื่องจากว่า  กิ๋ว  กาญจนา นั้นเป็นลูกสาวของคนที่มีฐานะร่ำรวยส่วนฝ่ายชายนั้นมีฐานะยากจนจึงทำให้ครอบครัวของฝ่ายหญิงนั้นรังเกียจและไม่ว่าโกดำ

จะพยายามพิสูจน์ตัวเองอย่างไรก็ตามแต่ก็ไม่ทำให้ครอบครัวของฝ่ายหญิงนั้นชอบขึ้นมาได้เลยยิ่ง  กิ๋ว  กาญจนา ลักลอบออกมาพบเจอกับโกดำและพ่อของ กิ๋ว  กาญจนาจับได้เมื่อไหร่  กิ๋ว  กาญจนา ว่าจะถูกผู้เป็นพ่อนั้นพบปีและทำร้ายร่างกายเป็นอย่างนี้ทุกครั้ง

โดยพ่อของกิ๋วนั้นต้องการที่จะให้   กิ๋ว  กาญจนา แต่งงานกับชายหนุ่มที่มีฐานะร่ำรวยแต่เธอก็พยายามบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดเนื่องจากเธอรักมั่นอยู่กับโกนำนั่นเองแล้วถึงแม้ว่าเธอจะเรียนจบมีงานทำจากนักศึกษามหาวิทยาลัยครูมาเป็นคุณครูแล้ว

ก็ตามซึ่งใช้ระยะเวลาหลายปีมากแต่ก็ไม่ได้ทำให้พ่อของ กิ๋ว  กาญจนารู้สึกชอบกดดันขึ้นมาบ้างเลยในขณะที่คนอื่นในครอบครัวของ กิ๋ว  กาญจนา เริ่มมองเห็นความรักที่มั่นคงของคนทั้งคู่จึงได้พยายามโน้มน้าวจิตใจพ่อของ กิ๋ว  กาญจนา ให้ยอมรับกับความรักของเธอและก็ดำแต่อย่างไรก็ตามแต่พ่อของ กิ๋ว  กาญจนา ก็ไม่ได้สนใจและยังหวังที่จะให้ลูกสาวของตนนั้น

ไปแต่งงานกับคนรวยอยู่ดีจนในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานโกดำและ กิ๋ว  กาญจนา เห็นแล้วว่าต่อให้พวกเขาต่อสู้กับอุปสรรคมากมายแค่ไหนคนในสังคมยอมรับเขามากแค่ไหนแต่มี 1 คนที่ไม่ยอมรับความรักของพวกเขานั้นก็คือพ่อของ กิ๋ว  กาญจนา นั่นเองพวกเขาทั้งคู่ก็จะไม่สามารถครองคู่ด้วยกันได้อยู่ดีดังนั้นในที่สุดแล้วทั้งโกดำและ กิ๋ว  กาญจนาจึงได้ตัดสินใจที่จะมากระโดดน้ำฆ่าตัวตายร่วมกัน

โดยวันที่ทั้งคู่มากระโดดน้ำนั้นทั้งคู่ได้นำผ้าขาวม้ามามัดไว้ที่เอวของคนทั้งคู่เพื่อไม่ให้พลาดจากกันเมื่อเวลาตกลงไปในน้ำและเมื่อทั้งคู่กระโดดลงไปในน้ำและเสียชีวิตมีชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือก็พบว่าศพของทั้งคู่นั้นยังคงกอดกันอยู่และมีผ้าขาวม้ามัดล่างเอาไว้และนั่งแต่นั้นเป็นต้นมาที่สะพานแห่งนี้จึงเป็นสะพานแห่งความรักที่คนรู้จักกันถึงตำนานแห่งความรักที่ไม่สมหวังของคนทั้งคู่นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

ตำนานผีตีนเดียว

   ดงพญาไฟคือป่าดงดิบที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งป่าในดงพญาไฟนี้มักจะมีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิดที่อาศัยอยู่และแน่นอนไม่ใช่เฉพาะแค่สัตว์ป่าเท่านั้นชาวบ้านต่างก็ร่ำลือกันว่าป่าที่ดงพญาไฟแห่งนี้มักจะมีสิ่งเล้นลับที่น่ากลัวอาศัยอยู่ด้วย

ในสมัยก่อนนั้นสมัยที่ยังไม่มีถนนตัดผ่านหาคนจังหวัดนครราชสีมาอยากจะเดินทางไปที่จังหวัดสระบุรีพวกเขาจะต้องมีการเดินผ่านป่าตรงบริเวณดงพญาไฟซึ่งจะต้องเป็นการเดินทางเท้าเท่านั้นเพราะยังไม่มีรถราเส้นระหว่างจังหวัดนครราชสีมาไปจังหวัดสระบุรีนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางนานมากเนื่องจากเป็นการเดินเท้า ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 2-3 วันเลยทีเดียวและแน่นอนว่าถ้าต้องใช้เวลาในการเดินทางนานขนาดนี้ย่อมต้องมีการพักค้างแรมภายในป่า

แล้วก็มีเรื่องเล่าจากชาวบ้านที่เคยเดินทางไปค้างอ้างแรมในป่าโดยพูดถึงเรื่องของผีตีนเดียวซึ่งลักษณะของผีตีนเดียวนั้นก็คือมันจะเป็นผีที่มักจะกระโดดไปมาเพราะมันมีขายอยู่ข้างเดียวนั่นเอง ซึ่งชาวบ้านเล่ากันว่าหากเข้าป่าเมื่อไหร่ก็ตามให้มีการก่อกองไฟเอาไว้ให้มีแสงโชติช่วงอยู่ตลอดเวลาอย่าปล่อยให้ไฟดับเป็นอันขาดเมื่อไฟดับเมื่อไหร่ผีตีน

เดียวก็จะเข้ามาหาผู้คนทันที ซึ่งถ้าหากเราไม่จัดเวรยามเฝ้าไว้แล้วก็เกิดไฟดับขึ้นมาในช่วงเวลากลางคืนหากผีตีน เดียวมาหาเราได้แค่เพียงมันสัมผัสเรานิดเดียวเท่านั้นมันก็จะสามารถสูบเอาวิญญาณของคนนั้นไปได้เลย  เอาเข้าจริงๆเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นแค่เพียงเรื่องเล่าในตำนานเท่านั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใดชาวบ้านน่าจะมีการเล่าเรื่องนี้กันเพราะว่า การเตือนให้คนเดินทางเข้าไปในป่านั้นให้เฝ้าระวังกล่องไฟอย่าให้ดับ

เนื่องจากในป่านั้นมีสัตว์ร้ายต่างๆมากมายซึ่งจะหากองไฟดับเมื่อไหร่จะตายก็อาจจะมาทำอันตรายคนที่อยู่ในป่าได้ไม่ว่าจะเป็นเสือ  หรือแม้แต่ยุงก็สามารถมาทำอันตรายคนที่เข้ามาพักค้างแรมในป่าได้หากไม่มีกองไฟคอยป้องกันนั่นเอง ซึ่งมีการสันนิฐานกันว่าผีตีนเดียวนั่นก็คือการที่ชาวบ้านเป็นไข้มาลาเรียหรือไข้ป่านั้นเองเพราะชาวบ้านไม่รู้จักไข้มาเลเลียหรือไข้ป่า

จึงได้มีการกล่าวอ้างถึงทีเดียวขึ้นมาว่าหากมันมาสัมผัสโดนตัวแล้วจะทำให้มันสูบวิญญาณเอาออกไปซึ่งนั่นก็คืออาการของคนที่เป็นไข้ป่าหรือไข้มาเลเรียนั่นเองและเมื่อเป็นไข้มาเลเรียหรือไข้ป่าแล้วคนส่วนใหญ่ก็มักจะเสียชีวิตนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ก็ได้ทรงให้มีการสร้างทางรถไฟขึ้นทำให้ชาวบ้านไม่ได้เดินเลาะป่ากันอีกต่อไป 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน เกม

ตำนานโสกผีดิบ จังหวัดขอนแก่น

          วันนี้เราจะมาพูดถึงตำนานที่มีการเล่ากันกันมาจากปากต่อปาก จากรุ่นต่อรุ่น ถึงสถานทีท่องเที่ยวที่หนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดขอนแก่นได้เป็นอย่างดี ผู้คนไทยคนไทยและคนฝรั่งอยากที่จะมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกันสักครั้ง โดยที่ ณ  ตำบล โสกนกเต็น  อำเภอพล  จังหวัดขอนแก่น

ที่นั่นมีสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรณีวิทยา สถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดมาเองโดยธรรมชาติซึ่งเกิดมาจากการที่ถูกน้ำกัดเซาะเป็นทาง มาตั้งแต่สมัยโบราณเชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่เมื่อประมาณ 65 ล้านปีก่อน ลักษณะของพื้นที่ที่ถูกน้ำกัดเซาะนั้นปกติแล้วชาวบ้านมักจะเรียกสถานที่แบบนี้ว่าโศกกันเท่านั้น

แต่สำหรับที่บริเวณนี้ชาวบ้านกับมีการตั้งชื่อแตกต่างออกไปนั่นก็คือชาวบ้านเรียกที่นี่ว่าโสกผีดิบ สาเหตุที่ทำให้ชาวบ้านต้องตั้งชื่อบริเวณนี้ว่าโสเภณีผิดนั้นก็เพราะว่า เมื่อประมาณปี  พ.ศ. 2480 ที่นี่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นเมื่อมีโรคห่าระบาดทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณนี้

พากันเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนไม่น้อย จากมีจำนวนผู้ที่ติดเชื้อห่านั้นเป็นจำนวนมากชาวบ้านไม่สามารถที่จะจัดพิธีศพคนในหมู่บ้านได้ทันดังนั้นพวกเขาจึงได้ขนศพเหล่านั้นมาไว้ที่บริเวณโสกนี้ ซึ่งสาเหตุนี้เองที่มีการนำศพคนตายมาไว้ที่โสกจึงทำให้ชาวบ้านเรียกจากโสกธรรมดามากลายเป็นโสกผีดิบนั่นเอง

ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดขอนแก่นอีกที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวมักจะมาชมความงดงามของหินเด่นที่สวยงามแปลกตาโดยที่นี่มักจะมีทั้งนักท่องเที่ยวและชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวไม่ขาดสายสำหรับที่นี่จะเป็นกำแพงตะกอนหินทรายซึ่งพอถูกน้ำกัดเซาะแล้วจะกลายเป็นรูปร่างต่างๆที่มีความสวยงาม

ดังนั้นนักธรณีวิทยาจึงได้มีการดูแลที่นี่ไว้เพื่อให้เอาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้ สำหรับสถานที่แห่งนี้จะมีหินดินทรายหลายอย่างปะปนกันไปไม่ว่าจะเป็นหินตะกอนหรือหินทรายแป้งหินโคนสีแดงปนสีน้ำตาลหรือแม้แต่หินทรายเนื้อละเอียดเห็นเหล่านี้

จะมีการวางตัวทับซ้อนกันเรียงกันทำให้หลายคนมองว่าคล้ายๆกับแพะเมืองผีที่มีชื่อเสียงโด่งดังของจังหวัดแพร่นั้นเองที่นี่ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดขอนแก่นเลยก็ว่าได้หากใครเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดขอนแก่นก็จะต้องมาเช็คอินที่นี่ที่นี่เป็นตำนานที่มีอายุเล่าขานกันมาหลายร้อยปีแล้ว

      อย่างไรก็ดี ตำนานโสกผีดิบนี้ก็ไม่เคยมีใครเล่าเกี่ยวกับเรื่องของการเจอผีของชาวบ้านที่เสียชีวิตจากโรคห่ากันเลย

 

สนับสนุนโดย  sagame ทดลอง

ตำนานวิญญาณเฮี้ยน เรือล่มหน้าวัดสนามไชย

          คิดว่าหลายคนคงเคยจำกันดีว่าเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2559   เคยมีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดใจเกิดขึ้นซึ่งเป็นข่าวโด่งดังไปหลายวัน เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 เดือนกันยายน ในปีดังกล่าวนั้น ได้มีเหตุการณ์เรือของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวเกิดเรือล่มกลางน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา 

ซึ่งบริเวณที่เรือล่มนั้นตรงกับบริเวณท่าน้ำของวัดสนามไชย จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั่นเอง  และจากเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดเกิดขึ้นในครั้งนั้น จากที่มีเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวมาพลิกคว่ำที่บริเวณท่าน้ำหน้าวัด ทำให้ พบว่ามีผู้ที่เสียชีวิตไปทั้งสิ้นมากกว่า 28 คน

และเมื่อเหตุการณ์เรือคว่ำได้ไม่นานชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ต่างก็มีการพูดกันถึงเรื่องที่พวกเขานั้นมีการถ่ายรูปภาพติดวิญญาณกันมากมาย  นอกจากนี้นักข่าวที่มาทำข่าวต่างก็เคยถ่ายภาพถ่ายติดวิญญาณกันด้วย 

ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรูปภาพมาเป็นหลักฐานอ้างอิงด้วยและคนงานที่เฝ้าซากเรือที่มาพลิกคว่ำที่หน้าวัดสนามไชยต่างก็บอกว่าจะมีกลิ่นของซากศพลอยออกมาจากซากเรือที่คว่ำซึ่งกลิ่นดังกล่าวนั้น มันมาจากบริเวณใต้ท้องเรือซึ่งได้มีการเข้าไปหาแล้วก็ไม่พบกับศพคนตายแต่อย่างใด  จึงทำให้เรื่องราวความเฮี้ยนของผีที่ท่าน้ำวัดสนามไชย เป็นข่าวโด่งดังใหญ่โต

จนเกิดเป็นตำนานที่เล่าขานต่อต่อกันมา  และถึงแม้จะมีคนเล่าเกี่ยวกับการเห็นผีที่ท่าน้ำวัดสนามไชยกันอยู่บ่อยครั้ง แต่เอาเข้าจริงจริงก็ไม่เคยมีใครออกมายืนยันได้เลยว่าเห็นกับตัวเองจริงจริง มีแต่การถ่ายภาพติดวิญญาณในช่วงที่มีเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวล่มในช่วงแรกแรกเท่านั้นเอง ซึ่งหากเราสันนิฐานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากในความเป็นจริงก็คือ

การที่เราได้กลิ่นไม้เห็นเหมือนกับศพนั้น  มันจะมีไม้บางชนิดที่เรานำมาแช่น้ำไว้เป็นเวลานานแล้วจะมีกลิ่นคล้ายกับซากศพ ซึ่งก็น่าจะสันนิฐานได้ว่ากลิ่นที่โชยออกมานั้น เป็นกลิ่นของไม้ชนิดดังกล่าวนั่นเอง และในส่วนของรูปถ่ายที่ติดวิญญาณที่กำลังแอบมองนั้น

ก็สามารถสันนิฐานได้ว่าน่าจะเป็นชาวบ้านที่อยู่แถวที่เกิดเหตุพากันมาแอบมองตอนที่มีนักข่าวมาทำข่าวนั้นเอง ซึ่งไม่ได้เกิดจากภาพวิญญาณของผีแต่อย่างใดเลย ดังนั้นเราอาจกล่าวได้ว่า บางครั้งตำนานก็คือเรื่องเล่าซึ่งอาจจะไม่เคยมีอยู่จริงและไม่เคยเกิดขึ้นจริงเลยก็ได้ แต่ตำนานที่เล่าต่อต่อกันมานี้เอง ก็ทำให้เรารู้ถึงประวัติที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตได้ว่าที่บริเวณแห่งนี้เคยมีเหตุการณ์อะไรขึ้นมาบ้าง นั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน csgo