การแสดงศิลปะลิเก

        ลิเกนับว่าเป็นการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทยในรูปแบบหนึ่งเป็นรูปแบบของการแสดงออกเป็นเรื่องราวซึ่งปัจจุบันนี้ยังคงมีคณะลิเกอยู่หลายคณะแต่ก็เหลือน้อยลงทุกทีแล้วเนื่องจากคนในปัจจุบันไม่ค่อยนิยมดูลิเกกันมากนักเพราะหันมาชมภาพยนตร์และซีรีส์มากกว่าที่จะดูลิเก

ซึ่งเป็นการแสดงของคน การแสดงลิเกนั้นจะต้องอาศัยคนที่มีความรู้ความสามารถสามารถร้องลิเกได้รวมถึงสามารถร่ายรำได้อย่างสวยงามการแสดงลิเกนั้นไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถเล่นได้จะต้องมีความเข้าใจและได้รับการฝึกอบรมการเรียนลิเกการร้องรำลิเกเป็นอย่างดีแล้ว

ถึงจะสามารถออกมาแสดงให้ผู้คนนั้นได้ชมได้สำหรับการแสดงลิเกนั้นนับได้ว่าเป็นศิลปะพื้นบ้านอย่างหนึ่งซึ่งมีหลายจังหวัดในการที่จะร้องรำลิเกและแต่ละจังหวัดนั้นก็จะมีลีลาการแสดงลิเกที่แตกต่างกันออกไปอย่างภาคกลางก็จะเป็นลิเกอีกในรูปแบบหนึ่งหรือภาคใต้

ก็จะแสดงลิเกอีกในรูปแบบหนึ่งสำหรับการแสดงลิเกนั้นจะต้องมีทั้งดูวงดนตรีซึ่งเป็นวงมโหรีขนาดใหญ่เอาไว้เล่นในขณะที่นักแสดงลิเกนั้นขึ้นไปแสดงบนเวทีและมีฉากสำคัญสำคัญที่ต้องเน้นการร่ายรำก็จะมีการแสดงดนตรีขึ้นมาด้วย

และการที่จะมีวงลิเกได้นั้นจะต้องมีคณะคนแสดงเป็นจำนวนมากอย่างต่ำก็ต้องไม่ต่ำกว่า 20 คนขึ้นไปเพราะการแสดงแต่ละบทบาทนั้นจะต้องอาศัยคนหลายคนไม่ว่าจะเป็นในช่วงของการลงแขกการที่มีนักแสดงแต่งกายออกมาแสดงให้คนดูหรือจะต้องมีการใช้คนเสวนาคล้ายๆกับการที่เป็นพิธีกรบนเวทีนั่นเองสำหรับการแสดงลิเกนั้นก็จะต้องมีการจัดเตรียมเวทีขนาดใหญ่

อาไว้ให้นักแสดงขึ้นไปเล่นด้านบนซึ่งเมื่อก่อนผู้คนมักจะพากันไปชมลิเกหลังจากที่เลิกการทำงานแล้วในช่วงหัวค่ำก็จะเดินทางไปชมลิเกซึ่งส่วนใหญ่ก็จะจัดขึ้นภายในวัด  แต่ต่อมาวิวัฒนาการของโลกนั้นก้าวไกลขึ้นผู้คนจึงนิยมการไปชมลิเกน้อยลงและหันมาชมทีวีกันแทนทำให้ลิเกนั้นเริ่มได้รับความนิยมน้อยลงและกำลังจะถดถอยไปตามกาลเวลา

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากเพราะลิเกนั้นก็ถือว่าเป็นมรดกอย่างหนึ่งของเมืองไทยเช่นเดียวกันเลยว่ากันว่านั้นลิเกเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเป็นการแสดงครั้งแรกให้กับเจ้าขุนมูลนายและพระมหากษัตริย์ได้ชมดังนั้นเราจึงควรศึกษาวัฒนธรรมการจัดแสดงลิเกเอาไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้ถึงศิลปะการแสดงของคนในสมัยโบราณว่ามีการแสดงกันในรูปแบบไหนสวยงามอย่างไรนั่นเอง หากใครเคยดูการแสดงลิเก จะเห็นได้ว่า เราจะได้เห็นการรำ การร้องเพลง และการแสดงถ่ายทอดจากนักแสดงออกมาได้อย่างสวยงามและอ่อนช้อยมากทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.    bk8

สุสานเฮี้ยนที่ จ.กาญจนบุรี

สุสานเฮี้ยนที่ จ.กาญจนบุรีสำหรับสถานที่สุสานโสเภณีแห่งนี้หลายที่ที่ได้เข้ามาลองดีในสถานที่แห่งนี้กันนั้นส่วนใหญ่แล้วกลับไปได้ของตามที่ตัวเองต้องการจริงๆบางคนก็เห็นว่ามีวิญญาณตามไปบางคนก็เจอในระหว่างที่ได้เข้าไปสำรวจนั้นเลยเหมือนอย่างเรื่องราวของผู้หญิงท่านหนึ่งที่เราจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้

ซึ่งเธอและเพื่อนๆได้เข้ามาสำรวจในสถานที่แห่งนี้และเจอดีเหมือนกันเรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวของคุณวุ้นเส้นโดยเธอเล่าให้ฟังว่าเดิมทีเธอเป็นคนกรุงเทพได้แต่งงานแล้วก็ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรีทุกปีเพื่อนๆของเธอจากกรุงเทพจะพากันเดินทางมาพักผ่อนกันที่จังหวัดกาญจนบุรีและทุกครั้งเธอก็มักจะพาเพื่อนๆไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแควไปเที่ยวน้ำตกบ้างไปเขื่อนบ้างไปกินข้าวร้านดังๆ

โดยตัวเธอเองก็เป็นคนที่ชอบเทคแคร์เพื่อนแล้วไม่อยากให้เพื่อนเบื่อกันก็พายามพาสถานที่แปลกๆพาเพื่อนๆไปพาไปเดินตลาดน้ำใหม่ๆบ้างพาไปเที่ยวที่ใหม่ๆแต่ก็รู้สึกว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่จนมาเจอที่ที่หนึ่งที่เธออยากจะไปมานานมากแล้วแต่แฟนของเธอนั้นห้ามเอาไว้ตลอดว่าอย่าไปโดนเด็ดขาดที่นั้นก็คือท่าล้อซอย9หรือว่าอีกชื่อหนึ่งก็คือสุสานโสเภณีร้างนั่นเอง

นอกจากนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเธอโดยเธอและเพื่อนๆได้เปิดกูเกิลสตรีทวิวเข้าไปดูได้แต่เพียงเห็นกำแพงด้านนอกและมันยิ่งทำให้เธอนั้นอยากรู้ไปมากกว่าเดิมว่าข้างในนั้นมันจะเป็นอย่างไรเธอได้ชวนเพื่อนๆเราลองไปที่สุสานโสเภณีร้างกันไหม

ซึ่งมันก็แปลกทุกคนดูไม่ปฏิเสธเลยทุกคนดูตื่นเต้นและเธอก็ได้พูดว่าที่สำคัญแห่งหนึ่งไม่ไปถึงว่ามาไม่ถึงที่นี่เลยนะจนกระทั่งเวลาหกโมงเย็นก็ออกเดินทางขับรถอกไปเรื่อยๆตัวของเธอก็ตื่นเต้นมากๆว่าจะได้เห็นสักทีสิ่งที่แฟนของเธอได้ห้ามอยู่ตลอดเธอก็พยายามบอกทุกคนว่าเราไม่ได้จะมาลบหลู่เพียงแต่ว่าเธอนั้นอยากจะเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นเท่านั้นเอง

เมื่อเธอและเพื่อนไปเดินมาถึงหน้าประตูสุสานโสเภณีสิ่งแรกที่เธอสัมพันได้ก็ความว่างเปล่าทุกคนกำลังเดินเข้าไปข้างในก็มีป้าแก่ๆวัยประมาณ60กว่าๆได้เดินเข้ามาหาพวกเธอแล้วก็พูดว่าพวกหนูจะเข้าไปข้างในใช่ไหม

ป้าแกถามพร้อมกับเอากุญแจมาไขที่ประตูแล้วป้าแกก็บอกว่าป้าอยู่ที่นี่ดูแลที่ให้เจ้าของที่เขามาสิเดี๋ยวป้าจะพาเดินแล้วพาเธอก็เดินตามป้าเข้าไปบรรยากาศมันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเอาไว้มีเพียงต้นไม้ที่ขึ้นเต็มไปหมด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นคาสิโนออนไลน์ให้ได้เงิน

อุริโกะฮิเมะ ผีญี่ปุ่น

นานมาแล้วได้มีตายายสองคนอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นสองตายายที่มีความรักให้กันและกันมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่นแล้วทั้งคู่เป็นคู่รักที่ดีมากๆตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาความรักของทั้งคู่ก็ไม่ได้จืดจางไปไหนเลยอะไรที่เป็นความรักคู่หนุ่มสาวในอุดมคติอยากจะให้มีทั้งสองคนนี้มีหมดเว้นแต่โซ่ทองคล้องใจ

ซึ่งทั้งสองอยู่ด้วยกันมาตลอดจนผมงอกแต่ก็ยังมีลูกไม่สำเร็จเลยและทั้งสองตายายก็ได้เดินทางไปอธิฐานขอกับพระเจ้าที่วัดแห่งหนึ่งที่อยู่บนภูเขาที่นั่นเองทั้งสองก็ได้รับคำทำนายว่าจะมีลูกแน่ๆแล้ววันเล่าทั้งสองก็ยังไม่มีทางที่จะมีลูกเลย

นอกจากนี้ได้ผ่านเข้าช่วงน่าร้อนปีหนึ่งเป็นวันที่อากาศร้อนมากๆทั้งคู่ก็เลยเกิดอาการหิวแตงโมคุณตาก็เลยช่วยคุณยายออกไปเก็บแตงโมที่พวกเขาปลูกเอาไว้ในสวนด้วยกัน

เมื่อทั้งสองได้เข้าไปในสวนก็ได้เห็นแตงโมลูกหนึ่งที่มีความประหลาดอย่างมากมันมีขนาดใหญ่ผิดปกติสองตายายคู่นี้ก็บอกว่าดีแล้วอากาศร้อนๆแบบนี้ว่าแล้วทั้งสองก็เก็บแตงโมเขาบ้านไปจากนั้นคุณยายได้ทำการผ่าแตงโมออกพวกเขาก็ได้พบเด็กหญิงที่มีน่าตาน่ารักแก้มแดงราวเหมือนกับสีของแดงโมต้องบอกก่อนว่าเรื่องราวที่ได้เกิดกับสิ่งที่มีชีวิตที่เกิดจากพืชผลมันเป็นเรื่องปกติของชาวญี่ปุ่นคือมันไม่มีเหตุผลอะไรที่เกิดขึ้นมาจากพืชผลไม้

ดังนั้นคุณตาก็เลยบอกว่ามันคงจะเป็นของขวัญจากเทพเจ้าที่ได้ประทานมาให้เราอย่างแน่นอนถ้าอย่างนั้นเรามาตั้งชื่อให้กับเดกคนนี้ดีกว่าและจะตั้งชื่อว่าอะไรดี

โดยเด็กคนนี้ได้เกิดขึ้นมาจากผลของแตงโมเอาอย่างนี้เรามาตั้งชื่อให้เขาว่า อุริโกะฮิเมะ กันดีกว่าความหมายก็คือวเจ้าหญิงแตงแล้วทั้งสองก็ได้เลี้ยงเด็กสาวคนนี้เป็นอย่างลูกรักเลยคือไม่ค่อยได้ปล่อยให้ออกไปไหนจากนั้นเพียงแค่สองปีเท่านั้น  อุริโกะฮิเมะ ก็ได้เติบโตขึ้นมาเท่ากับหญิงวัยเจริญพันธุ์พร้อมที่จะออกเรือนไปแต่งงานกับเจ้าชายในฝัน

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกของญี่ปุ่นคือมนุษย์ที่เกิดมาจากผลไม้จะต้องเติบโตเร็วไปกว่าผิดปกติแทบจะทุกคนเลยและมันเป็นไปได้หรือไม่ว่ามันเป็นเพราะปุ๋ยที่คุณตาได้ใส่แตงโมมันได้ออกผลแรงหรือมันอาจจะเป็นไปได้ในนิทานญี่ปุ่นส่วนใหญ่แล้วคนที่ดูแลเด็กๆพวกนี้จะเป็นพวกตายายแก่ๆที่อาศัยอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่เกม บาคาร่า

การแก้บน

สำหรับตุ๊กตาแก้บนนั้นเป็นตุ๊กตาที่มีการปั้นขึ้นมาจากภูมิปัญญาของชาวบ้านซึ่งตุ๊กตาแก้บนนั้นมีการทำมานานตั้งแต่สมัยโบราณแล้วและปัจจุบันนี้ก็ยังคงนิยมนำตุ๊กตาไปแก้บนกันอยู่โดยส่วนใหญ่แล้วตุ๊กตาแก้บนนั้นมักจะนำไปใช้หลังจากที่เรานั้น

ได้มีการไปบนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนซักแห่งที่มีความศักดิ์สิทธิ์หลังจากนั้นก็ได้มีการบ่นว่าจะให้ตุ๊กตาจำนวนกี่คู่และเมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วก็จะต้องนำตุ๊กตานั้นไปถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราขอเอาไว้ตามจำนวนที่เราได้มีการแจ้งกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้นั่นเอง

สำหรับตุ๊กตาแก้บนนั้นส่วนใหญ่แล้วเรามักจะบ่นไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือแม้แต่พระภูมิเจ้าที่ศาลพระภูมิเจ้าที่ศาลตาศาลยายต่างๆยกตัวอย่างเช่นที่เรามีการนำไปแก้บนก็มักจะเห็นจากการที่ผู้คนไปบนหลวงพ่อโสธรหรือศาลพระภูมิเจ้าที่ในหมู่บ้านของตนเองหรือศาลเพียงตาในบ้านของตนเองอย่างไรก็ตามตุ๊กตาแก้บนนั้นเป็นได้ทั้งตุ๊กตาที่ถูกปั้น

เป็นรูปร่างของคนทั้งผู้หญิงผู้ชายหรือแม้ปัจจุบันนี้ก็ปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะเห็นเป็นช้างหรือไม่ก็เป็นไก่และม้าลายซึ่งเรามักจะพบเห็นกันอยู่เป็นประจำและถ้าหากใครบนตุ๊กตาแก้บนเป็นคนตัวตุ๊กตาแก้บนที่เป็นคนนั้นมักจะแต่งกายด้วย

ชุดนางรำไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาผู้หญิงหรือตุ๊กตาผู้ชายแต่ปัจจุบันตุ๊กตานางรำที่เป็นผู้หญิงกับผู้ชายนั้นมักจะไม่ค่อยเห็นในการนำมาแก้บนกันมากนักส่วนใหญ่จะเห็นเป็นรูปสัตว์มากกว่าและที่เห็นมากที่สุดก็น่าจะเป็นม้าลายกับไก่

ซึ่งปกติแล้วถ้าหากมีใครไปบนบานศาลกล่าวที่จะนำตุ๊กตาแก้บนมาถวายก็มักจะถวายเป็นคู่เช่นช้าง 2 คู่หรือไก่ 2 คู่หรือม้าลาย 2 คู่แต่จะไม่มีใครแก้บนด้วยตัวเลขเดี่ยวๆเช่นไม่มีแก้บนด้วยช้าง 1 ตัวหรือว่าไก่ 1 ตัวนั่นเอง

ถึงแม้ว่าตุ๊กตาแก้บนนั้นจะมีมาอย่างยาวนานแต่ในปัจจุบันความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังคงมีอยู่ดังนั้นผู้คนจึงยังมีการเข้าไปกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้สิ่งนั้นเองนั้นหวังและเมื่อสมหวังแล้วผู้คนก็มักจะนำตุ๊กตาที่ตนเองบนบานศาลกล่าวเอาไว้มาทำการแก้บน

โดยในปัจจุบันเราสามารถพบเห็นตุ๊กตาแก้บนตามสถานที่ต่างๆได้มากมายและเรายังคงสามารถไปบนบานศาลกล่าวเพื่อถวายตุ๊กตาแก้บนได้อีกหลายที่เลยทีเดียว สำหรับตุ๊กตาแก้บน นั้น เราสามารถหาซื้อได้ตามร้านของตุ๊กตาเครื่องปั้นดินเผาทั่วไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

ศาลล่องหน หน้าหอแกน ม.กรุงเทพ

สำหรับเรื่องของศาลล่องหนนี้ได้เล่ากันว่าแต่ก่อนศาลจริงเขาได้ย้ายไปอยู่ที่หลังตึกเป็นเพียงแต่ศาลปูนและยังได้มีนักศึกษาและศิษย์เก่าอีกหลายท่านก็พบเห็นว่าศาลหลังนี้มันมีอยู่จริๆปรากฏว่าได้มีนักศึกษาท่านหนึ่งๆได้โพสว่ามีใครเห็นศาลพระภูมิที่ตั้งอยู่ตรงข้างมหาวิทยาลัยบ้างนักศึกษาหลายคนเคยเห็นตั้งบางคนยกมือไหว้แต่ความจริงนั้นมันไม่มี

ซึ่งก็ได้มีคนออกมาบอกว่าเคยเห็นศาลหลังนี้อยู่แถวหน้าหอแกนมีพวงมาลัยสีเหลืองเต็มเลยและเขานั้นถึงกับงงเลยว่ามันมีจริงๆเหรอที่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

นอกจากนั้นเขาก็ยังบอกอีกด้วยว่าจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยยกมือไหว้ศาลศาลสูงเท่าตัวสีขาวหลังออกจากห้องเพื่อนมาอีกทีก็ร้องกรี๊ดมันคืออะไรในช่วงที่กำลังรับน้องปี1ได้งดงามมากพอผ่านไป5ปีแล้วยังรู้สึกหลอนอยู่เลยนี่มันก็เป็นเหตุผลที่ว่าหากใครเคยรับรู้เรื่องราวของศาลหลังนี้ก็จะไม่สามารถพบเห็นศาลหลังดังกล่าวได้อีกเลย

ถ้าหากใครไม่เคยได้ยินเรื่องราวของศาลหลังนี้มาก่อนขอรับรองเลยว่าเจอเกือบทุกคนเลยโดยเฉพาะพวกน้องๆปี1และก็ยังมีอยู่อีกหลายๆคนเลยที่บอกว่าเคยเห็นว่าเขานั้นไม่เคยเห็นแต่มีเพื่อนอยู่คนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่ามีแต่ทำไมตัวเขาเองกลับมองไม่เห็น

ซึ่งบางคนก็พักอาศัยอยู่ที่หอแกนแต่ไม่เคยเห็นบางคนก็บอกว่ามีจริงก็พบเหนอยู่อันนี้มันก็เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจว่าสิ่งที่ได้พบเจอกันมันมีอยู่จริงๆหรือไม่ศาลหลังนี้ทั้งนี้ยังมีคนบอกอีกว่าศาลสีขาวที่อยู่ด้านหน้าหอแกนกลับมาจากซอยรังสิตภิรมย์หลังเที่ยวคืนก็ยกมือไหว้ตลอดนี่ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าเขานั้นยกมือไหว้อะไรและยังได้มีอีกหลายคนที่เคยเห็นศาลและอีกหลายคนที่ไม่พบเห็น

โดยมันก็ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันว่าทำไมบางคนเห็นทำไมบางคนมองไม่เห็นวันนี้เพื่อคลายข้อสงสัยกันเราจะพูดให้ฟังว่าศาลพระภูมิที่เขาได้พบเห็นกันมันเป็นอย่างไรและมันได้ตั้งอยู่ตรงส่วนไหนของ ม.กรุงเทพ หากใครขับรถขาเข้ากรุงเทพตรงข้าม ม.กรุงเทพก็จะเห็นหอแกนอยู่ด้านซ้ายมือและจะมีป้ายรถเมล์และรถตู้

เนื่องจากนี้ก็มีคนเห็นศาลหลังดังกล่าวได้ตั้งอยู่ตีนสะพานลอยแต่ปรากฏว่าเข้าไปดูช่วงตีนสะพานลอยมันเป็นเพียงแค่ร้านขายของธรรมดาและก็มีเสาไฟตั้งอยู่ถัดไปก็ไม่มีศาลใครผ่านไปผ่านมาลองสังเกตดูกันดีๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  alpha88

ตำนานล้านช้างของกษัตริย์พระยาล้านคำแดง

นอกจากนี้พระเจ้าสามแสนไทไตรภูวนาทได้ขึ้นมาเป็นกษัตริย์โดยพระองค์ก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงอาณาจักรล้านช้างให้มีความรุ่งเรืองเลยจนกระทั่งชาวเมืองได้คิดว่าจะไม่มีเหตุการณ์ฆ่าสยองอะไรเกิดขึ้นอีกแล้วแต่ก็ไม่นานราวๆ40ปีต่อจากนั้นดูเหมือนกับว่าเรื่องราวฆาตกรรมเลือดสาดมันจะกลับมาอีก

โดยครั้งนี้ไม่ได้มาในสภาพของกษัตริย์นักรบแต่จะมาเป็นสภาพของผู้หญิงสุดโหดซึ่งเธอนั้นก็คือ ลูกสาวของพระเจ้าฟ้างุ้ม ที่ได้ถูกขับไล่ออกไป เจ้าหญิงแก้วพิมพา เรื่องรวทั้งหมดนี้มันได้เปิดฉากขึ้นหรือจากการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าสามแสมไทไตรภูวนาท

เมื่อพระองค์ท่านได้จากไปแล้วตามกฎมณเฑียรบาลแล้วอำนาจการปกครองทุกอย่างของเมืองก็จะต้องตกเป็นของลูกชายนั่นก็คือ พระยาล้านคำแดง ตลอดจนการปกครองของ พระเจ้ายาล้านคำแดงก็นับได้ว่าเ็นการปกครองได้ดีเหมืองกับคุณพ่อเลยก็บำรุงบ้านเมืองบ้านเมืองก็สงบสุขไปเป็นเวลากว่า10ปี

เนื่องจากนี้อยู่พระเจ้ายาล้านคำแดงก็ได้เสียงชีวิตไปอย่างปริศนาบางที่ก็บอกว่าเป็นเพราะ เจ้าหญิงแก้วพิมพา ที่ได้ฆ่ากษัตริย์คนนี้แต่ก็ไม่มีอะไรมายืนยันแน่นอนเอาเป็นว่าหลังจากนั้นก็ได้เกิดปัญหาขึ้นมาว่าใครจะขึ้นมาเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปเพราะว่าลูกของพระยาล้านคำแดงก็ยังโตไม่เต็มที่จะให้มาบริหารบ้านบริหารเมืองมันจะยังไงอยู่

ดังนั้นคนที่จะมีวุฒิภาวะสูงสุดในเวลานั้นก็คือเจ้าหญิงแก้วพิมพานี่แหละที่ดูว่าจะโตมากที่สุดแต่ทว่าพระองค์นั้นเป็นผู้หญิง

ซึ่งตามกฎมณเฑียรบาลสตรีจะไม่สามารถที่จะเป็นกษัตริย์ได้เขาก็เลยแก้ปัญหาด้วยการนำเอาทั้งสองอย่างนี้มารวมกันเสียเลยก็คือให้ลูกของพระยาล้านคำแดงขึ้นมาเป็นกษัตริย์

โดยจะมีเจ้าหญิงแก้วพิมพาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนคือจะต้องรอจนกว่ากษัตริย์จะบรรลุนิติภาวะแล้วก็มีความคิดความอ่านที่จะปกครองเมืองเองได้หลังจากนั้นก็ค่อยสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์อย่างเต็มตัวแต่ทว่าอำนาจมันก็ยังเป็นสิ่งที่หอมหวานเหมือนกับยาเสพติดชนิดหนึ่งเลยเมื่อมีใครมาลองแล้วก็ยากที่จะออก

นอกจากนี้เมื่อเจ้าหญิงแก้วพิมพาได้ขึ้นมาเป็นผู้ที่สำเร็จราชการแทนองค์กษัตริย์หรือจะเรียกง่ายๆว่าบงการอยู่ด้านหลังความเย้ายวนของอำนาจก็ได้มาครอบงำเธอจากตอนแรกที่บอกว่าจะอยู่ไม่นานไปๆมาๆเข้าไป4-5เดือนนั่นเองมันก็เลยทำให้เธอได้มีแนวคิดที่จะก่อเหตุในการฆาตกรรมสยองขึ้นที่จะทำให้อาณาจักรล้านช้างนั้นมีความวุ่นวายในช่วงระยะเวลาต่อมา

 

 

สนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรีได้เงินจริง

โรงบาลเฮี้ยนที่ จ.ระยอง

ซึ่งได้มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้บอกว่าเขาแล้วก็เพื่อนๆได้เข้ามาพิสูจน์ผีกันอยู่หลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่เจออะไรสักทีและในครั้งนี้เพื่อที่เจอดีในครั้งนี้ก็ได้ชวนกันมาอีกครั้งหนึ่ง

โดยเขาได้บอกว่าในครั้งนี้เขามีวิชาปราบผีพอเดินทางมาถึงคนที่หมดสติเพื่อนของเขาก็ได้นำเอาเทียนจำนวน9เล่มธูปอีกหนึ่งกำและเหรียญบาทอีกจำนวนหนึ่งพร้อมกับได้สายสินอีกหนึ่งคดก่อนที่พวกตนจะเข้าไปในห้องเก็บศพที่อยู่ด้านหลัง

ซึ่งเพื่อนของเขาคนนี้ที่มีวิชาอาคมปราบผีอะไรนี้เขาก็เริ่มทำพิธีโดยการเอาสายสินปล่อยให้เป็นทางยาวจากประตูเข้าไปและในระหว่างทางที่กำลังเดินเข้าไปเขาก็พูดตลอดทางเลยว่าให้ผีเดินตามสายสินมาเรื่อยๆหลังจากนั้นพวกเขาก็หยุดแล้วนั่งลงในห้องร้างศพและได้ทำการจุดเทียนจุดธูปแล้วพนมมือไหว้เพื่อนๆได้เล่าให้ฟังว่า

นอกจากนี้เพื่อนคนที่เขาบอกว่ามีวิชาอาคมก็เริ่มท่องบทสวดมนต์สวดไปยังไม่ถึง10คำเลยอยู่เพื่อนของเขาคนนี้ก็ร้องออกมาอย่างแรงแล้วก็สลบไปหลังจากนั้นเพื่อนๆของเขาได้เห็นว่าท่าจะดูไม่ดีแล้วจึงได้ช่วยแบกร่างผู้ที่หมดสติออกมาจากที่ตรงนั้นแล้วก็มาพบกับทีมงานหนึ่งในการล่าผี

เนื่องจากนี้รายการช่องผีชื่อดังนี้ก็ได้เข้าไปในกลุ่มที่มีวัยรุ่นกลุ่มเข้าไปทำพิธีสายสินอะไรกันจากประตูไปจนถึงห้องดับจิตเลยก็พบว่าในห้องดับจิตที่กลุ่มวัยรุ่นได้เข้าไปทำพิธีกันมีธูปที่จุดไฟแล้วตกอยู่เต็มพื้นเลยและมีรายหักเทียนอยู่เต็มห้องเลยเชื่อว่านี่มันอาจจะเป็นจุดที่วัยรุ่นดังกล่าวเจอดีเข้าให้แล้ว

นอกจากนี้กลุ่มวัยรุ่นที่ได้เข้ามาลองของก็พบเจอเรื่องประหลาดอีกคนหนึ่งโดนผีหลอกจนเสียสติกันไปเลยเขาได้บอกว่าเขานั้นได้ใช้ไฟฉายส่องไปตามที่จุดต่างๆของในโรงพยาบาล

โดยในเวลานั้นไม่น่าจะมีคนอยู่แต่ปรากฏว่าเขาได้เห็นคนอยู่เต็มไปหมดเลยจึงคิดว่าอาจจะเป็นคนที่เข้ามาลองดีที่เข้ามาล่าผีกัน

ว่ากันว่าในสมัยก่อนมันเฮี้ยนถึงขนาดที่ว่าเป็นที่นิยมกันของพวกวัยรุ่นกันเลยจนได้มีการเก็บค่าเข้าเก็บค่าเข้าในการเข้ามาล่าพิสูจน์ท่าผีกันน่าจะประมาณหัวละ10บาท

เมื่อเพื่อนของเขาคนที่สองคนแรกหมดสติไปแล้วเห็นว่ามีคนมาเยอะมากเลยตรงนั้นจึงได้ตะโกนออกไปว่าแน่จริงก็ออกมาสิก่อนที่จะเอาไฟฉายเขาไปในโรงพยาบาลพร้อมกันสามคน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    หวยออนไลน์บาทละ 950

ตำนานวันสิ้นโลกในอดีต

เรื่องราววันสิ้นโลกมันก็จะเหมือนกับละครไทยหลายๆเรื่องที่ไม่ว่าจะเอามาทำใหม่จะเปลี่ยนคนแสดงก็ตามมันก็จะขายดีตลอดเวลาที่ผ่านมาเรื่องราววันสิ้นโลกมันก็ได้รับความสนใจจากคนต่างๆอย่างมากที่จะหาทำนายว่ามันอยู่วันไหน

ซึ่งมันผ่านไปแล้วคนที่ทำนายเอาไว้ก็เงียบไปเราก็จะมาดูกันดีกว่าว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามีใครเคยทำนายอะไรเอาไว้บ้างแล้วมันจะเป็นยังแล้วทำไมคนเขาถึงได้เชื่อกัน

โดยเราจะเริ่มเล่าจากยุคโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน เริ่มต้นในปี1806เลย

เรื่องสิ้นโลกส่วนใหญ่ที่เราจะเคยได้ยินกันมามันก็มักจะมีความเป็นมาเกี่ยวโยงกับศาสนาคริสต์ด้วยความที่ว่าสื่อต่างๆของฝรั่งมีเยอะทำให้เรื่องนี้เหมือนจะเป็นกระแสหลักไปที่เขาจะมีความเชื่อว่าพระเจ้าจะเสด็จกลับมาหาก็ไม่รู้ว่าเป็นวันไหนแบบนี้

ดังนั้นก็มีชาวคริสต์บางส่วนก็คิดอยู่กับเรื่องนี้ถึงกับว่าพอมีอะไรนิดๆหน่อยๆมาก็ตีความว่าวันสิ้นโลกมันจะมาถึงแล้วประมาณอารมณ์แบบว่าบ้านเรากำลังตื่นหวยอะไรอย่างนั้น

อย่างเช่นในเหตุการณ์นี้สัญญาณจากวันสิ้นโลกจากแม่ไก่ในปี1806ที่ประเทศอังกฤษมันก็ได้มีแม่ไก่ตัวหนึ่งที่มันได้ออกไข่มาแต่ว่ามันไม่ใช่ไข่ที่ธรรมดาและที่น่าทึ่งก็คือไข่ของแม่ไก่มันเรียงเป็นข้อความที่ว่าพระคริสต์กำลังจะเสด็จกลับมาแล้ว

นอกจากนี้พอชาวบ้านได้ยินข่าวก็ได้กระจายข่าวออกไปทั่วหมู่บ้านเลยชาวบ้านก็เลยแตกตื่นกันหมดเลยว่าโลกจะต้องแตกแน่ๆก็แพพากันไปสารภาพบาปทำอะไรกันไปต่างๆนาๆเลยแต่ทว่าเหตุการณ์ต่อมามันก็เงียบไป

เนื่องจากมันได้มีคนเข้าไปพบว่าไข่แม่ไก่ที่มันได้วางเรียงกันมันเป็นการกระทำของคนมือไม่ดีบางคน

เรื่องต่อมาก็จะเป็นในปี1843ที่มีชายคนหนึ่งจากนิวอิงแลนด์คนนี้เขาก็เป็นชาวนาธรรมดาคนหนึ่งที่เคร่งศาสนาหลังจากนั้นเขาก็เลยได้ใช้เวลาศึกษาพระคัมภีร์ไบเบิ้ลอย่างจริงจังต่อจากนั้นเขาก็เลยอัพเลเวลเลยกลายมาเป็นผู้สอนศาสนา

ซึ่งเขาก็ได้ทำมันมาอย่างดีสั่งสอนคนให้เป็นคนดีก็เป็นเรื่องที่น่าชื่อชมแต่ทว่าในเรื่องของความเคร่งครัดนั้นมันก็ได้แฝงไปด้วยความหมกมุ่นนิดหน่อยก็คือเขาก็พยายามที่จะตีความจากพระคัมภีร์ที่เขาได้อ่านมาให้ออกมาเป็นตัวเลขแล้วก็ได้มโนไปว่าพระเจ้าจะมาวันไหนกันพอหมกมุ่นไปเยอะเขาก็คิดว่าเขาได้ไขข้อความได้กระจาง

โดยชายคนนี้เขาก็ได้ออกมาประกาศกับชาวบ้านว่าพระเจ้าไปทรงเลือกวันที่ทำลายโลกเอาไว้แล้วมันจะอยู๋ในระหว่างปี1843ถึง1844

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สูตรหวยยี่กี 2ตัวล่าง lottovip

เรื่องเล่าตำนานนกฟีนิกซ์

ทำไมนกฟีนิกซ์ถึงได้มีอยู่ในตำนานต่างๆทั่วโลกไม่เว้นแม้กระทั่งสื่อต่างๆที่มีอยู่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเกมการ์ตูนบางหนังฟีนิกซ์หรือที่เรารู้จักกันในนามของนกไฟอมตะเป็นนกในจิตนาการที่ทุกคนชื่นชอบเป็นอย่างมากไม่ใช่คนเฉพาะในยุคปัจจุบัน

ซึ่งได้มีหลากหลายวัฒนธรรมโบราณเขาก็ได้นำเอามันไปเป็นสัตว์ประจำชาติของเขาด้วยและเจ้านกตัวนี้มันก็ได้แฝงความหมายที่น่าพิศวงเอาไว้อย่างมากมายเลยว่าทำไมมันจะต้องมีไฟแล้วความเป็นอมตะของมันได้มาจากไหนด้วยความแปลกขนาดนี้นี่เองเราก็เลยจะต้องนำเอาออกมาเล่ากันสักหน่อยกับตำนานของนกฟีนิกซ์

นอกจากนี้เรื่องราวของนกฟีนิกซ์ที่เราจะรู้จักกันมันก็จะมาจากตำนานของกรีกที่ได้เล่ากันว่ามันเป็นนกตัวผู้ที่มีขนาดใหญ่และมทีนิสัยที่อ่อนโยนเป็นมิตรกับมนุษย์

ถ้าหากว่าเจ้านกฟีนิกซ์ตัวนี้มันได้รักใครมากๆมันจะสามารถรักษาแผลและซุบชีวิตคนนั้นได้อีกด้วยโดยการรักษาของมันนั่นก็คือหลังน้ำตา

ซึ่งจะมีฤทธิ์ที่เป็นยาชั้นดีได้หยดลงไปบนบาดแผลของคนนั้นก็จะหายเป็นปกติแต่ขอย้ำว่าต้องคนๆนั้นจริงๆแล้วจะต้องเป็นคนดีๆจริงๆ

นอกจากนั้นอีกหนึ่งความสามารถของมันก็คือเสียงร้องของมันในช่วงเวลาปกติเสียงร้องของนกฟีนิกซ์ก็จะร้องไพเราะมากจนกระทั่งเทพแห่งพระอาทิตย์ต้องหยุดเพื่อจะมาฟังเสียงร้องของมันเลยแต่เวลาที่มันโมโหมันก็สามารถเอาเสียงของมันไปทำการสู้รบได้คือจะเพิ่มความสามารถความกล้าหาญให้แก่พวกของมันเองหรือว่าจะทำให้คนเลวได้มีจิตใจที่ท้อถอยและหวาดกลัวกันได้เลยทีเดียว

ถ้าหากใครอยากจะพบเจ้านกฟีนิกซ์เขาว่ากันว่าให้ไปหาพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำแล้วก็มีอากาศที่เย็นสบายและสิ่งที่เจ้านกฟีนิกซ์นั้นชอบเลยก็คือแสงอ่อนๆยามรุ่งอรุณและอาหารโปรดของมันก็คือสายลมอ่อนๆน้ำค้างน้ำอมฤตไปจนถึงหมอกบริสุทธิ์ที่ได้ลอยขึ้นมาจากแม่น้ำหรือทะเลในตอนเช้าๆ

เนื่องจากชีวิตที่ดูดีขนาดนี้ก็ได้มีเรื่องเศร้าอยู่ก็คือนกฟีนิกซ์มันเป็นนกตัวเดียวบนโลกคือตลอดอายุขัย500ปีของมันเป็นโสดและแบบนี้จะมีลูกนกเกิดขึ้นมาใหม่ได้อย่างไรคุณเองก็สงสัยกันใช่ไหมในการกำหนดลูกนกของนกฟีนิกซ์มันคอนข้างที่จะแปลกประหลาดเลยทีเดียว

ว่ากันว่ามันจะเกิดขึ้นมาจากขี้เถ้าของฟีนิกซ์ในรุ่นก่อนที่มันจะตายไปแล้วคือเมื่อมันมีอายุครบ500ปีร่างกายของมันก็จะโทรมลงไม่ค่อยมีเรียวแรงไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่ร้องเพลงให้เทพพระเจ้าฟังก็ตามถึงนกฟีนิกซ์จะเป็นอมตะแต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะแข็งแรงเสมอไปร่างกายของนกฟีนิกซ์ก็เหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา

 

สนับสนุนโดย  betbb

พิธีกรรมการเล่นผีถ้วยแก้วนั้นเป็นเรื่องจริงหรือว่าเรื่องแต่ง?

เวลาที่เราได้พูดถึงเรื่องของภูตผีวิญญาณหรือสิ่งลี้ลับเราเชื่อว่าหลายๆคนก็อาจจะตั้งคำถามกันแล้วว่าสิ่งเหล่านี้มันได้มีอยู่จริงๆหรือเปล่าแล้วถ้าเกิดว่าสิ่งเหล่านี้มันได้มีอยู่จริงคุณจะมีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าผีหรือว่าวิญญาณมันมีตัวตนอยู่บนโลกจริงๆ

ซึ่งแน่นอนว่าพอมีคนที่เขาได้เชื่อเรื่องภูตผีวิญญาณก็ได้ถูกตั้งคำถามเหล่านี้ขึ้นมาเขาก็จะต้องไปหาหลักฐานและก็จะต้องไปหาวิธีพิสูจน์ว่าสิ่งเหล่านี้มันมีอยู่จริงให้ได้และวิธีการพิสูจน์ของคนเหล่านี้มันก็จะมีหลากหลายวิธีการเลยบางวิธีการเขาก็ได้มีการอ้างกันว่าบางคนบอกว่ามีตาทิพย์สามารถมองเห็นภูตผีวิญญาณได้

หรือในบางคนก็อาจจะใช้ในด้านของวิธีวิทยาศาสตร์ในการค้นหาคลื่นความถี่ในการค้นหาสารต่างๆที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งวิธีเหล่านั้นมันก็ยังได้มีอยู่อีกหลากหลายวิธีแต่มันก็จะมีอยู่อีกหนึ่งวิธีที่คนไทยเราได้มีความนิยมกันมากในการลองของและพิสูจน์ในเรื่องลี้ลับเหล่านั้นอย่างมาก โดยวิธีนั้นนั่นก็คือการเล่นผีถ้วยแก้วนั่นเอง

ซึ่งคำว่าผีถ้วยแก้วที่เราได้พูดถึงกันตรงนี้ถ้าจะให้เราพูดให้ได้เข้าใจกันง่ายๆมันก็อย่างที่เราได้บอกกันไปมันคือการเล่นในด้านความเชื่อในรูปแบบหนึ่งที่เชื่อได้มีความเชื่อกันว่าเขาสามารถที่จะเอาวิญญาณเข้ามาอยู่ในแก้วและสื่อสารด้วยการนำอานิ้วของผู้เล่นไปวางบนแก้วไว้ทั้งสี่คนเพื่อที่จะเชื่อมโยงจิตกับวิญญาณเหล่านั้นให้แก้วมันได้เคลื่อนไปบนกระดานและจะต้องสื่อสารว่าเขาต้องการอะไรเขาชื่ออะไรและเขาอายุเท่าไหร่หรือต้องการที่จะถามคำถามอะไรเราก็สามารถถามเขาได้หมดเลย

ซึ่งการเล่นเหล่นี้เราต้องขอบอกก่อนเลนว่ามันเป็นความเชื่อล้วนๆเลยหลายๆคนก็คงจะไม่เชื่อแต่ถ้าเราได้พูดถึงเรื่องของผีถ้วยแก้วมันก็จะมีอยู่หนึ่งตำนานที่มันดูน่าสนใจมากๆและเป็นตำนานที่ทำให้คนได้พูดถึงเรื่องของผีถ้วยแก้วมากที่สุดนั่นก็คือ ตำนานเรื่องของการลองของของเด็กกลุ่มหนึ่งจึงได้ทำให้หนึ่งคนในเด็กกลุ่มนั้นถ้าขั้นเสียชีวิตหลังจากที่เขาได้ลองของกัน

โดยตำนานตรงนี้เขาได้อกเอาไว้ว่าในอดีตที่ผ่านมามันได้มีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่งที่เขาไม่ได้มีความเชื่อในเรื่องผีไม่มีความเชื่อเรื่องวิญญาณหรือซึ่งลี้ลับใดๆเลยเพราะเด็กเหล่านั้นเขาเชื่อเพียงแค่ว่าซึ่งเหล่านี้มันคือกุศโลบายทางใจที่พวกผู้ใหญ่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เด็กกลัวไม่กล้าออกจากบ้านตอนกลางคืนเพียงเท่านั้นเอง

 

ขอขอบคุณ ติดต่อ entaplay  ที่ให้การสนับสนุน