ตำนานของศาลพันท้ายนรสิงห์

วันนี้เราจะมาพูดเรื่องที่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งถือได้ว่าได้เป็นสถานที่แห่งตำนานได้เป็นเรื่องราวของนายท้ายเรือคนหนึ่งที่ยอกสละชีวิตตัวเอง

เพื่อรักษากฎและความถูกต้องเอาไว้และที่เราจะพูดถึงนั้นก็คือ ศาลพันท้ายนรสิงห์ และเรื่องราวของสถานที่แห่งนี้จะเป็นอย่างไรไปดูกันกรมศิลปากร ได้กำหนดเขตเมื่อปี2498 ก็ประมาณ64ปี ซึ่งได้มีพื้นที่ประมาณ100ไร่ และเรื่องราวต่อไปนี้มันมีความเป็นมาที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของประเทศไทยคือ พันท้ายนรสิงห์

ซึ่งในสถานที่แห่งนี้ได้มีการจดบันทึกเอาไว้ในพระราชพงศาวดารในส่วนของฉบับต่างๆในสมัยของกรุงศรีอยุธยาได้มีบันทึกเอาไว้ตรงกันเกือบจะทุกฉบับ แต่ว่าเนื้อความที่ได้บันทึกเอาไว้ในพงศาวดารนั้นมันกลับมีน้อยมากและ เรื่องราวคร่าวๆมันมีแบบนี้ก็คือสมเด็จพระเจ้าเสือนั้นได้เสด็จมาที่คลองปากน้ำสาครบุรี ซึ่งได้เป็นคลองโคกขามที่อยู่ด้านหลัง

โดยมีพันท้ายคอยทำหน้าที่คัดท้ายเรือเมื่อสมัยก่อนนั้นในคลองโคกขามช่วงนั้นได้เป็นคลองที่มีความคดเคี้ยวตอนนั้นน้ำไหลแรงมากด้านพันท้ายนั้นจึงไม่สามารถที่จะคัดท้ายเรือได้ทันจึงทำให้หัวเรือของพระเจ้าเสือนั้นได้หักลงจมในน้ำและโดยโทษในสมัยก่อนนั้นก็จะต้องประหารชีวิตจากนั้นมากทางฝ่านของพันท้ายก็ได้ขึ้นมาที่ฝั่งและได้กราบทูลต่อพระเจ้าเสือและได้กล่าวว่าให้พระเจ้าเสือนั้นประหารชีวิตตนเอง

นอกจากนี้ฝ่ายของพระเจ้าเสือก็ได้เห็นว่ามันได้เป็นเหตุสุดวิสัยและก็ไม่มีใครที่อยากจะทำให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็ได้พระราชทานอภัยโทษให้จากนั้นทำให้ด้านพันท้ายนรสิงห์นั้นกลับไม่ยอมก็ได้เข้าไปกราบทูลต่ออีกว่ายังไงก็จะต้องประหารชีวิตเพราะว่ากฎมณเฑียรบาลได้บันทึกเอาไว้แบบนั้นจากนั้นพระเจ้าเสือได้สั่งการให้ทหารที่ได้ลงเรือมาด้วยกันให้นำเอาดินเหนียวที่ได้อยู่ในคลลองให้นำเอามาปั้นเป็นหุ่นคนจากนั้นก็ได้ทำการประหารแทนตัวพันท้ายนรสิงห์

จากนั้นก็ได้สั่งให้นายพันท้ายนรสิงห์นั้นขึ้นเรือและให้กลับไปทำหน้าที่ต่อจากนั้นนายพันท้ายนรสิงห์ก็ได้เข้าไปกราบทูลอีกครั้งเพื่อให้ได้ทำการประหารตัวของพันท้ายจริงๆท้ายที่สุดแล้วพระเจ้าเสือเองก็จะต้องจำใจที่จะต้องสั่งให้ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์

จากนั้นมาก็เลยกลายมาเป็นสถานที่สร้างศาลแห่งนี้ขึ้นมา ซึ่งพันท้ายนรสิงห์นั้นได้เป็นคนที่ได้ยอมเสียสละเพื่อที่ตัวของเขานั้นจะรักษากฎมณเฑียรบาลเอาไว้และไม่ให้มีข้อผิดพลาดที่จะมาติพระเจ้ามหากษัตริย์ได้ว่าละเลยพระราชกําหนดที่ตัวพระองค์นั้นได้กำหนดขึ้นมา

 

สนับสนุนโดย  next88 บาคาร่า

ตึกน้ำตกสูงจากประเทศจีนที่ดูน่าทึ่งอย่างมาก

น้ำตกจากตึกสูง

สำหรับรูปภาพเหล่านี้มันได้เป็นภาพน้ำตกที่มันได้ไหลลงมาจากตึกที่มีขนาดสูง ซึ่งมันได้เป็นความคิดของบริทัษประเทศจีนที่เขาได้มีความคิดที่จะสร้างน้ำตกที่มีระดับความสูงประมาณ121เมตร สิ่งที่เขาคิดจะทำนั้นเพราะหวังว่ามันจะเป็นสิ่งเดียวของประเทศจีน

ทั้งนี้ก็ยังได้มีรายงานออกมาจากสื่อมาว่า ด้านบรรดาชาวบ้านในเมืองกุ้ยหยางที่ได้อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนก็จะต้องตกใจ หากเขาได้เห็นภาพของอาคารLiebian ที่ได้มีความสูงประมาณ121เมตร ที่ได้จัดตั้งอยู่ในช่วนของนักธุรกิจของเมืองที่ตัวตึกนั้นได้มีน้ำตกไหลลงมาด้านล่างอย่างอลังกาลงานสร้าง

และยังได้เป็นอะไรที่ทำให้ชาวบ้านที่ได้อยู่ในบริเวณนั้นต้องทึ่งกับสิ่งเหล่านี้จำนวนมาก ทั้งนี้ในพื้นที่แถบที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกนั้น ซึ่งมันจะค่อนข้างที่จะอากาศค่อนข้างร้อนมาก เนื่องจากข่าวที่ได้มีการรายงานได้บอกว่าด้านน้ำตกนั้นได้ไหลออกมาจากตัวนอกอาคาร

ที่ได้มีระดับความสูงอยู่ที่ประมาณ108เมตรจากนั้นก็จะไหลลงมาด้านล่างที่ได้มีอ่างรอบรับอยู่แล้วด้านของตัวตึก สำหรับการสูบน้ำของเครื่องนั้นมันจะต้องใช้เครื่องสูบน้ำที่มันได้มีระดับความแรงอยู่ที่ประมาณ185กิโลวัตต์จำนวนประมาณ4ตัวด้วยกันถึงจะสามารถสูบน้ำขึ้นไปยังด้านบนของตัวตึกได้ นอกจากนี้น้ำที่ได้ใช้สูบขึ้นไปและได้ปล่อยลงมาสูบด้านล้างนั้น

มันก็จะหายไปกลางอากาศมากกว่าที่น้ำนั้นมันจะตกลงมาสู่ที่ด้านล่าง สาเหตุนี้ นี่เองมันก็ได้ทำให้ใครหลายๆคนต่างก็ได้วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างละความคิดบ้างคนก็ได้พูกกล่าวออกมาว่ามันก็ยังได้มีความสวยที่มองดูแล้วมันแปลกตาซึ่งมันอาจจะเป็นแลนด์มาร์คที่สวยงามให้กับเมืองก็ได้

อีกทั้งคนบ้างส่วนนั้นก็ได้วิพากษ์วิจารณ์กันได้อีกว่ามันเป็นการที่ใช้กระแสไฟฟ้าโดยสิ้นเปลืองและนำเอาน้ำไปใช้โดยที่ไม่ได้มีเหตุอันควรอะไรเลยสิ้นเปลืองมากๆ แต่เนื่องจากทางด้านโคสกของบริทัษของอสังหาริมทรัพย์ของสถานที่แห่งนี้นั้นก็ยังได้พูดเอาไว้ว่า ในส่วนของน้ำที่ได้นำสูบขึ้นไปใช้นั้นมันเป็นน้ำที่ได้มาจากน้ำฝนและน้ำที่ได้ผ่านกระการรีไซเคิลอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งทางด้านของบริทัษเองก็ยังได้หวังว่ามันจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศจีน แต่ถึงอย่างไรตึกที่มันได้มีระดับความสูงอยู่ที่ประมาณ108เมตรนี้

อย่างไรมันก็จะต้องใช้เครื่องสูบน้ำประมาณสี่ตัวจึงได้มีค่าไฟตกอยู่ที่ประมาณ800หยวนหรือประมาณ3,682.89บาท เนื่องจากนี้ทางด้านบริทัษเองจะไม่เปิดโชว์น้ำตกในทุกๆวัน ซึ่งจะเปิดในวันโอกาศที่สำคัญเท่านั้น

 

สนับสนุนมาจาก  entaplay ดี ไหม

รถยนต์หุ้มเกราะที่มีความพิเศษ

รถยนต์หุ้มเกราะที่มีความพิเศษแบบที่ไม่กล้าเปิดเผยกันเลยทีเดียว

ประเทศเกาหลีใต้/Hyundai Equus VL500Limousine

Hyundai ได้เป็นหนึ่งในรถยนต์ในสัญชาติของประเทศเกาหลีภายในไม่กี่รุ่นที่จะสามารถไปเทียบกับฝั่งรถทางยุโรปได้และในเช่นเดียวกันกับประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีนที่ได้ใช้รถในสัญชาติเองนั้นนำเอามาเป็นรถยนต์ประจำตำแหน่งอย่างเจ้าHyundai Equus VL500Limousineคันนี้

มันได้กลายให้ถูกเลือกให้มาเป็นรถยนต์ที่ประจำตำแหน่งของท่านประธานาธิบดีในประเทศเกาหลีใต้ในโดยปริยายและแน่นอนว่าอย่างเจ้าLimousineที่สุดหรูหราในคันนี้มันได้ถูกอันแน่ไปด้วยระบบความปลอดภัยอย่างเต็มคันและยังเพียบพร้อมไปด้วยความเต็มพิกัดเพื่อที่จะให้เหมาะสมกับตำแหน่งและฐานะประธานาธิบดีในประเทศของเกาหลีใต้นั่นเอง

ประเทศออสเตรีย/BMW7-Series

 สำหรับรถยนต์ประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีของประเทศออสเตรียนั้นจะมีการใช้รถยนต์ที่หรูที่เป็นรถยนต์ที่ดูหรูหราและมีขนาดใหญ่อย่างBMW7-Seriesซึ่งถือได้ว่าเป็นรถธงหรือเป็นรถยนต์ที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดได้มีความโด่งดังเป็นอย่างมากที่สุดและยังมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดจากทางบริษัทของBMWโดยมันจะได้ถูกนำมาจัดให้อยู่ในประเภคเดียวกัน

กับรถยนต์ของผู้นำในหลายๆประเทศอย่างจากัวร์ xjและออดี้ a8และในส่วนของระบบในความปลอดภัยนั้นก็ได้จัดเต็มกันมาเลยและสำหรับBMW7-Seriesคันนี้เพราะทั้งตัวกระจกและตัวรถนั้นก็ได้ถูกหุ้มไปด้วยเกราะกันกระสุนที่ติดเอาไว้รอบตัวรถกันเลยทีเดียว

ประเทศรัสเซีย/Aurus Senat

ว่ากันว่าในตามปกติแล้วหน้าที่นี้จะเป็นของรถเบนซ์เอสคลาสติดเกราะแต่สำหรับในปัจจุบันแล้วมันได้กลายมาเป็นAurus Senatคันใหม่ของนายกปูตินประธานาธิบดีประเทศรัสเซียโดยAurus Senatจะเข้ามาทำหน้าที่แทนรถยนต์คันเก่าและยังมีความอลังกาลมีความปลอดภัยที่ไม่แพ้ไปจากรถยนต์ของปประเทศสหรัฐโดย Aurusได้เป็นรถยนต์ที่กันกระสุนของประเทศรัสเซียที่ได้ถูกสร้างขึ้นมา

โดยพิเศษตามคำต้องการของท่านผู้ที่เป็นผู้นำทั้งในส่วนของความสะดวกสบายและความปลอดภัยและสำหรับของ Aurusนั้นได้มีขนาดที่ใหญ่โตมีคงามอลังการกว่ารถยนต์คันเดิมโดยตัวถังของ Aurusนั้นได้มีความยาวอยู่ที่ประมาณ6.6เมตรมีความกว้าง2เมตรและมีน้ำหนักประมาณ6.5ตันสำหรับเครื่องยนต์นั้นต้องบอกเลยว่าแรงเอามากๆเลยที่เดียวเครื่องยนต์นั้นจะใช้เป็นเครื่องยนต์V8ที่มีขนาด4.4ลิตรที่ให้ความแรงมากที่สุดถึง598แรงม้า

แและยังมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลทามและในขณะที่ลายละเอียดอื่นๆของทางผู้ที่ได้รับหน้าที่หลักในการพัฒนาเจ้า Aurusของประเทศรัสเซียนั้นก็ได้เก็บเอาไว้เป็นความลับสุดยอดเช่นมีความสามารถที่จะกันกระสุนและกันแรงระเบิดได้ในระดับไหนอย่างไรก็ไม่มีบอกแต่เชื่อได้เลยว่ารถยนต์ของประธานาธิบดีคันนี้จะต้องยิ่งใหญ่และสมเกียรติอย่างประธานาธิบดีปูตินอย่างแน่นอน

บุคคลที่คุณได้ยินชื่อและความสามารถของเขาแล้วคุณจะกลัวทันที

คุณเคยหรือไม่ในเวลาที่เราจะพบเจอใครสักคนนั้นแต่ตัวเราเองก็ได้เกิดความรู้สึกว่าคุณไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเหมือนอย่างกับเราที่ได้พบกับเครื่องจักรกลเหล่าสังหารที่มันสามารถที่จะฆ่าคุณได้ตลอดเวลาโดยที่ตัวคุณเองนั้นยังไม่ได้ทันที่จะกระพริบตาด้วยซ้ำและวันนี้เราก็จะพาทุกคนไปดูเหล่าผู้คนที่มีความแข็งแกร่งรวดเร็วและยังเท่สุดๆกับบุคคลที่คุณไม่ควรจะเข้าไปยุ่งด้วย

Meena Raghavan 

คุณลองทำหัวให้โล่งๆและคิดถึงภาพคุณหญิงแก่อายุประมาณ78ปีดูส่วสนมากพวกเธอเหล่านี้อาจจะเป็นคุณย่าหรือไม่ก็เป็นคุณยายที่ชอบเลี้ยงหลานๆอยู่ที่บ้านดูทีวีเย็บปักถักร้อยและก็ชอบบ่นถึงเร่องนั่นเรื่องนี่อยู่บ่อยๆแต่ว่าคุณหญิงคนนี้คือ มีนา Raghavan และแน่นอนว่าเธอนั้นไม่ใช่คุณยายธรรมดาๆอย่างที่พวกคุณนั้นคิดกันในวันนี้เธอได้เป็นคนที่อาวุโสมากที่สุดในโลก

ที่ได้ฝึกสอนวิชาพละคายัคตู่ ซึ่งได้เป็นการต่อสู้แบบโบราณจากทางตอนใต้ของ อินเดีย Raghavan นั้นก็ได้เริ่มฝึกซ้อมตั้งแต่อายุเพียง7ขวบและถึงแม้ว่าจะมีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงแต่งงานแล้วนั้นฝึกศิลปะการต่อสู้นี้แต่เธอก็ยังคงฝึกต่อไปเรื่อยๆจนถึงทุกวันนี้หญิงก่คนนี้นั้นได้กลายมาเป็นผู้ที่เชียวชาญทางด้านศิลปะการต่อสู้โดยเธอก้ได้เปิดโรงเรียนสำหรับทำการสอนทั้งเด็กผู้หญิงเด็กผู้ชายชายหนุ่ม และ หญิงสาวอีกด้วย 

Giga Uguru

สำหรับ Giga Uguruผู้ที่เป็นนักสู้ผู้ที่มีมากฝีมือและยังมีความแข็งแกร่งและรวดเร็วจนดูเห็นว่าจะไม่มีใครที่สามารถล้มเขาได้เขายังได้เคยฝึกซ้อมกีฬาต่างๆมามากมายแต่ตั้งที่เขานั้นยังเป็นเด็กเขาได้เริ่มฝึกเทวันโดตั้งแต่เขาอายุได้เพียง4ขวบเท่านั้นซึ่งก็ถือว่าเริ่มไว้มากๆจนทำให้อดสงสัยไม่ได้เลยว่าทำไมเด็กตัวเล็กแค่นั้นถึงจะมาชื่นชอบกีฬาได้โดยเขาก้ได้ฝึกซ้อมตั้งแต่นั้นมาเลยทีเดียวแต่นั้นนอนว่าเค้าไม่ได้กำกัดตัวเองอยู่แค่ในศาสตร์

การต่อสู้เพียงศษสตร์เดียวซึ่งในตอนที่เขานั้นได้อายุเพียงแค่10ขวบ Giga ก็ได้เริ่มฝึกการต่อยมวยต่อด้วยคาราเต้คาสมาทกล้าศิลปะการต่อสู้มือเปล่าของทหารอิสราเอลนั่นเองหลังจากที่เขานั้นได้เชียวชาญศาสตร์ทั้งหมดนี้แล้ว Giga เองก็ยังไม่ได้หยุดแต่เพียงแค่นั้นแต่เขาก็ยังได้เพิ่มความสามารถในการพาดโผงเข้าไปในการฝึกซ้อมอีกด้วยและมันไม่ได้แค่การติวแบบธรรมดาโดยทั่วไปแต่เป็นตัวสตั้นของจริงแต่อย่างไรก็ตามก็ยังไม่มีใครที่จะเชื่อความสามารถของ Gigaพวกเขาคิดว่าเทคนิคของเขาใช้ไม่ได้ผมในการต่อสู้จริงๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงบอลออนไลน์2020

ประวัติศาสตร์ของผาแต้ม

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข24ได้เป็นถนนหลวงสายหลักเส้นหนึ่งที่นำทางจากผู้คนตอนล่างและตอนกลางของประเทศไปยังจังหวัดอุบลราชธานี

ซึ่งได้เป็นจังหวัดที่ใหญ่จังหวัดหนึ่งของทางภาคอีสานที่ได้มีเขตดินแดนติดต่อกับ สปป. ลาว  จังหวัดอุบลราชธานีเป็นดินแดนอยู่ติดริมน้ำโขงและแม่น้ำมูลอันเป็นที่อุดมสมบูรณ์นานหลายพันปีมาแล้วพื้นดินที่นี้ได้ถูกจับจองจากผู้คนต่างยุคหลายสมัยเพื่อที่จะได้ตั้งเป็นชุมชนถิ่นอาศัย

ซึ่งในปัจจุบันได้มีการค้บพบของในยุคโบราณก่อนประวัติศาสตร์อยู่หลายแห่ง ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปทางเหนือประมาณ5กิโลเมตรที่นี้คือ วัดบ้านก้านเหลือง ซึ่งภายในได้มีการแสดงหลุมขุดค้นซึ่งเป็นส่วสนหนึ่งของแหล่งโบราณคดีที่ชื่อเดียวกันกับวัดแหล่งโบราณคดีบ้สนก้านเหลืองมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างใหญ่แต่ที่หน้าเสียดายที่หลักฐานจำนวนมากถูกทำลายจำการพัฒนาพื้นที่โดยเฉพาะเครื่องปั่นดินเผาประเภคต่างๆ

หลุมที่ได้ขุดค้นนี้ได้ขุดพบเครื่องดินเผาที่มีขนาดใหญ่ไม่น้อยกว่า15ใบทั้งหมดนนี้มันยังถูกตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิมที่ได้พบเป็นครั้งแรนักโบราณคดีได้เชื่อว่าบริเวณที่แห่งนี้แต่เดิมมันหน้าจะเป็นหลุมฝั่งศพเพราะจากไขดินเผาที่ได้ขุดเจอถึงแม้ว่าจะไม่พบโครงกระดูกมนุษย์นั้นหลงเหลืออยู่แต่ก็มีหลังฐานทางวิทยาศาสตร์บางอย่างบ่งบอกว่าไหเหล่านี้

เคยมีโครงกระดูกมนุษย์บรรจุอยู่แต่มันอาจจะพุพังสหลายไปแล้วจากการศึกษาทางโบราณคดีได้ระบุเอาไว้ว่าเหล่าโบราณคดีบ้านก้านเหลืองมีประวัติการใช้พื้นที่ทับซ้อนกันราว2สมัยครั้งแรกได้อยู่ก่อนสมัยในประวัติศษสตร์ตอนปลายหรือในสมัยเหล็กอายุประมาณ2,800ถึง2,500ปีมาแล้วโดยได้มรหลักฐานบ่งชี้คือเศษสำริด เศษเหล็ก ลูกปัดแก้ว หินดุด และเศษภาชนะดินเผา

ส่วนในยุคที่2 อยูในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องกับสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้นหลักฐานสำคัญได้แก่ ภยกาดินเผาเคลือบน้ำดินสีแดง แวดินเผา แท่งดินเผา ลูกปัดดินเผา กระพรวน สำริด และ ขวานเหล็ก ห่างจากวัดบ้านก้านเหลือไปอีกประมาณราวๆ90กิโลเมตรเศษที่นี้คือ ผาแต้ม ซึ่งได้เป็นแหล่งอารยธรรมอีกแห่งที่ยืนยันว่าได้เคยมีมนุษย์อาศัยอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

ผาหินกว้างริมน้ำโขงในอดีตมันคือพื้นที่ต้องห้ามชาวบ้านที่อาศัยหากินในถิ่นนี้พวกเขาจะไม่เอาร่างกายเดินเข้ามาที่ริมผาเพราะเชื่อว่าเป็นที่ดินแดนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ลวงล้ำมักจะเกิดเหตุร้ายอาจจะเจ็บไขได้ป่วยหรือถึงขั้นเสียชีวิตแต่ความลับของผาแต้มก็ได้ถูกเปิดเผยเมื่อขณะอาจราย์และนักศึกษาภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดีก็ได้เดินทางมาสำรวจพื้นที่หลังมีการค้นพบภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ติดฝังอยู่แนวหินผาหลายจุด

ประวัติศาสตร์ศิลป์ตะวันตก  

ประวัติศาสตร์ศิลป์หมายถึงวิชาที่ว่าด้วยความเป็นมาของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ศิลปะตะวันตกหมายถึงศิลปกรรมของกลุ่มในประเทศยุโรปปัจจุบันรวมถึงสหรัฐอเมริกาด้วยโดยมีรากฐานมาจากศิลปะของอียิปต์และกรีกซึ่งเป็นวัฒนธรรมยุคโบราณของโลกและมีการพัฒนาขึ้นมาภายใต้อิทธิพล ของคริสต์ศาสนา

ประวัติศาสตร์ศิลป์ตะวันตก  

โดยประวัติศาสตร์ศิลป์ตะวันตก แบ่งออก กว้างกว้างได้เป็นสี่ยุคคือ

  • ยุคก่อนประวัติศาสตร์
  • ยุคโบราณ
  • ยุคกลาง
  • ยุคใหม่

ยุคก่อนประวัติศาสตร์

เกี่ยวกับงานศิลปได้เริ่มมีการสร้างกันมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคหินเก่าตอนปลายซึ่งอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 30,000 ถึง 10,000 ปีมาแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 15,000 ปี ถึง 10,000 ปีมานั้นมนุษย์ได้ทำการเขียนภาษีและขูดขีดบนผนังถ้ำและภูผาเป็นภาพสัตว์ และการล่าสัตว์และภาพลวดลายที่เป็นเลขาคณิต

ยุคโบราณ

เริ่มตั้งแต่มนุษย์ในอารยธรรมสมัย โมโสโปเตเมียกับอียิปต์ประดิษฐ์ตัวอักษรทั้งอักษรลิ่มและอักษรภาพเพื่อเป็นการใช้ในอารยธรรมต่างๆของ ชนเผ่าเช่นการบันทึกการค้า การออกกฏหมายลักษณะศิลปะมีความผูกพันกันกับลักษณะของการของเฉพาะของชนเผ่าและผูกพันกับความเชื่อและในโลกที่เกี่ยวกับหลังความตายและโดยศิลปะตะวันตกสมัยประวัติศาสตร์ในยุค โบราณจะออกแบ่งออกเป็นยุคต่างๆอีกดังนี้ศิลปะอีหยิป ศิลปะกรีก ศิลปะโรมัน ศิลปะเมโสโปเตเมีย ศิลปะซูเมอร์ ศิลปะบาบิโลเนียร ศิลปะอัสสิเรีย และศิลปะเปอร์เซีย

ยุคกลาง

ศิลปะยุคกลางเริ่มตั้งแต่คริสต์ศักราช 375 ถึง 500 เมื่อในขณะที่ อาณาจักรของโรมันนั้นอ่อนแอยุโรปก็อยู่ในภาวะวุ่นวายจนได้มีการชื่อว่ายกมืด โดยบริบทของศิลปะยุคกลางจะเป็นผู้การรวบรวมขบวนการทางศิลปะ และสมัยศิลปะที่สำคัญสำคัญระดับชาติหรือระดับท้องถิ่นประเภทงานการฟื้นฟูงานศิลปและศิลปินนั่นเอง

ศิลปะยุคกลางแบ่งออกเป็นยุคต่างๆอีกดังนี้ศิลปะคริสเตียนยุคแรก ศิลปะใบเซนทาย ศิลปะโรมันเนส ศิลปะโกธิค ศิลปะเลอรไนทซอง ศิลปะเมโนลิสต์ ศิลปะบารโลบ และศิลปะ โรโคโค

ยุคใหม่

เริ่มขึ้นตอนปลายศตวรรษที่ 18 และในประเทศฝรั่งเศสสืบเนื่องจากการเดินทางทางวิทายาศตร์ และเทคโนโลยีมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางศิลปะอย่างขนาดใหญ่ทั้งรูปแบบและและจุดประสงค์ที่โดยเฉพาะการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมศิลปินยุคใหม่ต่างๆก็พากันปีกตัวออกจากการยึดหลักวิชาการฝ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่มีรากฐานมาจากศิลปะกรีก และโรมันมาใช้ความสึกรู้สึกนึกคิดและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคนอย่างอิสระ

ซึ่งมีการแยกศิลปะออกจากศาสนาโดยสิ้นเชิงศิลปะจึงเป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลอย่างแท้จริง และแบ่งออกเป็นยุคต่างๆได้ดังนี้ศิลปะแบบนี้โอคาสสิค ศิลปะแบบโรมันติก ศิลปะแบบเรียลริล ศิลปะแบบเวชั่นนิด เป็นต้นจะเห็นได้ว่าศิลปะมีหลักหลายขนาดด้วยกันโดยพัฒนาตามยุคและสมัยเรื่อยเรื่อยขึ้นมาจนมาถึงปัจจุบันนั่นเอง