จังหวัดและอำเภอที่ได้ถูกยุบไปจากประเทศไทย

จังหวัดธัญบุรีได้แบ่งเขตการปกครองทั้งหมดออกมาเป็นสี่อำเภอได้แก่อำเภอเมืองธัญบุรี หรือ อำเภอรังสิต อำเภอลำลูกกา อำเภอคลองหลวง หรือ อำเภอบางหวาย อำเภอหนองเสือ ในเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2474 ได้มีคำประกาศคำสั่งให้จังหวัดธัญบุรีถูกยุบรวมเขากับจังหวัดปทุมธานีเพื่อประหยัดงบประมาณราชกาล

โดยจะมีผลตั้งแต่ เดือน เมษายน พ.ศ.2475 และในวันที่ 1มิถุนายน พ.ศ.2510ราชบัณฑิตยสถานได้เปลี่ยนแปลการสะกดจากธัญญบุรีที่ได้มี ญ. สองตัว เป็นธัญบุรีที่ใช้ตัว ญ. ตัวเดียวและยังได้ใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้

จังหวัดกาฬสินธุ์

ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ถูกยกจากฐานะจากอำเภออุทัยกาฬสินธุ์ให้กลายมาเป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อปี พ.ศ.2456 โดยจะแบ่งการปกครองเป็น5อำเภอ ได้แก่อำเภออุทัยกาฬสินธุ์ อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาด ซึ่งต่อมาเศรษฐกิจภายในประเทศไทยตกต่ำการเงินฝืดเคืองจึงได้มีความจำเป็นที่จะต้องยุบจังหวัดต่างๆลง

เพื่อให้มีความสมดุลกับรายได้ของประเทศไทย ใน เดือนกุมภาพันธ์  พ.ศ.2474 จึงได้มีการประกาศคำสั่งให้ยุบจังหวัดกาฬสินธุ์ให้ไปเป็นอำเภอเมืองขึ้นของจังหวัดมหาสารคามจากนั้น ในปี  พ.ศ.2490 กาฬสินธุ์ ได้ถูกยกฐานะขึ้นให้ขึ้นมาเป็นจังหวัดอีกครั้งได้จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ ในปี  พ.ศ.2490 และได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ในวันที่ 1ตุลาคม ในปี  พ.ศ.2490 เป็นต้นมา

จังหวัดหลังสวนได้แบ่งเขตการปกครองทั้งหมดเป็น3อำเภอได้แก่ อำเภอเมืองหลังสวน หรือ อำเภอขันเงิน อำเภอสวี อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดหลังสวนได้ถูกยุบให้เป็นอำเภอหลังสวนและได้รวมเข้ากับจังหวัดชุมพรตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่21กุมภาพันธ์  พ.ศ.2474 เพื่อประหยัดงบประมาณราชกาลและได้มีผลตั้งแต่ในเดือนเมษายน พ.ศ.2475

จังหวัดตะกั่วป่า ได้แบ่งการปกครองออกไปเป็น3อำเภอได้แก่ อำเภอเมืองตะกั่วป่า หรือ อำเภอตลาดใหญ่ อำเภอปากน้ำ หรือ อำเภอเกาะคอเขา และ อำเภอกำปง ในปี  พ.ศ.2474ได้มีประกาศคำสั่งให้ยุบจังหวัดตะกั่วป่าให้กลายมาเป็นอำเภอตลาดใหญ่ขึ้นกับจังหวัดพังงาเพื่อประหยัดงบประมาณราชกาลโดยได้ตั้งที่ว่าการอำเภออยู่ในศาลากลางจังหวัดตะกั่วป่าเดิมที่บ้างย่านยาวมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2475 

จังหวัดสายบุรี

ซึ่งจังหวัดสายบุรีนั้นได้แบ่งเขตการปกครองกลายเป็น2อำเภอและหนึ่งกึ่งอำเภอได้แก่ อำเภอเมืองสายบุรี หรือ อำเภอตะลุบัน อำเภอจำปากอ หรือ อำเภอบาเระเหนือ กิ่งอำเภอกะลาพอ ในพ.ศ.2474จังหวัดสายบุรีได้ถูกยุบรวมเข้ากับจังหวัดปัตตานียกเว้นอำเภอจำปากอหรือในปัจจุบันคืออำเภอบาเจาะที่ได้ไปขึ้นอยู่กับจังหวัดนราธิวาสเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณราชกาลโดยได้มีผลมาตั้งแต่เดือนเมษายนพ.ศ.2475 

จังหวัดพระประแดง ซึ่งได้มีการแบ่งการปกครองเป็น4อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระประแดง อำเภอทะวาย หรือ ยานนาวา อำเภอพระโขนง อำเภอราษฎร์บูรณะ ในพ.ศ.2474ได้เกิดวิกฤตการเศรษฐกิจตกต่ำจึงได้มีการประกาศคำสั่งให้จังหวัดพระประแดงยุบตัวเข้ากับจังหวัดสมุทรปราการจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณราชกาล

โดยอำเภอพระประแดงให้ไปขึ้นกับจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอทะวายและ  อำเภอพระโขนงไปขึ้นกับจังหวัดพระนครส่วนอำเภอราษฎร์บูรณะไปขึ้นกับจังหวัดธนบุรีมีผลตั้งแต่เดือนเมษายนพ.ศ.2475

 

สนับสนุนโดย    rb88 ฝาก ขั้น ต่ํา

ประวัติกติกาการเล่นฟุตบอล

เกมกีฬาการแข่งขันฟุตบอล ถือว่าเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย หากจะนับกันจริงๆ เป็นระยะเวลาจำนวนปีนั้นกีฬาชนิดนี้ก็มีมาไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบปีได้แล้ว

ซึ่งต้นกำเนิดของกีฬาฟุตบอลนั้น อยู่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้คิดค้นและก่อตั้งกีฬานี้ให้เป็นอาชีพอยู่ในอย่างปัจจุบันอย่างแท้จริง โดยตั้งแต่เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้วการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ได้มีการพัฒนารูปแบบการแข่งขันกันตั้งแต่เป็นระบบเจอกันแล้วแพ้คัดออก จนมีการจัดการแข่งขันกันเพื่อชิงถ้วย

จวบจนกลายเป็นกีฬาของแต่ละประเทศชาติที่มีการจัดการแข่งขันกันแบบระบบพบกันหมด หรือที่เรียกว่าลีกนั่นเอง ซึ่งจากสาเหตุที่ต้องมีการจัดการแข่งขันในลักษณะแบบพบกันหมดขึ้นมานั้นก็เนื่องมาจากมีจำนวนทีมฟุตบอลที่เพิ่มมากขึ้นๆเรื่อยๆในแต่ละปี จนไม่สามารถที่จะรองรับการแข่งขันในทัวร์นาเมนเดียวได้

ซึ่งการแข่งขันแบบนี้จึงกลายเป็นที่นิยมและชื่นชอบของคนแต่ละประเทศ โดยเมื่อก่อนแต่เดิมทีนั้น การเตะฟุตบอลนั้นก็เป็นเพียงแค่หาลูกกลมหนึ่งลูก และแบ่งผู้เล่นให้เท่ากันทั้งสองฝ่าย และแย่งกันเพื่อเตะลูกบอลเข้าไปในประตูของทีมฝ่ายตรงข้าม แต่พอทุกอย่างเริ่มเป็นระบบมากขึ้น จึงมีการระบุการเล่นของกีฬานี้ไว้อย่างชัดเจน โดยยึดเป็นกติกาสากลที่ใช้กันสำหรับการเล่นฟุตบอลทั่วโลกนั่นก็คือ

ในส่วนของสนามการแข่งขันนั้น จะต้องเป็นหญ้าจริงหรือหญ้าเทียม เท่านั้น เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของผู้เล่น และความยาวของสนามต้องมีความยาวตั้งแต่ หนึ่งร้อยถึงหนึ่งร้อยสามสิบหลา ส่วนความกว้างต้องกว้างห้าสิบถึงหนึ่งร้อยหลา

และให้แบ่งเขตแดนของแต่ละทีมให้เท่ากัน โดยมีประตูของแต่ละฝ่ายอยู่ที่กว้างแปดฟุตและสูงแปดฟุต และมีเส้นกรอบเขตโทษห่างจากประตูอยู่ที่สิบแปดหลา ส่วนผู้เล่นที่จะทำการลงสนามนั้นจะต้องมีฝ่ายละ สิบเอ็ดคน

โดยหนึ่งในสิบเอ็ดคนนั้นจะต้องมีหนึ่งคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้รักษาประตู คือสามารถที่จะใช้ทุกส่วนของร่างกายป้องกันไม่ให้ลูกฟุตบอลเข้าไปในประตูของตัวเองได้ แต่การใช้มือหรือแขนนั้นจะต้องอยู่ในกรอบเขตโทษเพียงเท่านั้น

ส่วนลูกฟุตบอลที่ใช้ต้องมีเส้นรอบวงไม่เกินยี่สิบเจ็ดหรือยี่สิบแปดนิ้วและมีน้ำหนักไม่เกินสี่ร้อยถึงสี่ร้อยห้าสิบกรัม ส่วนเวลาที่ใช้กำหนดการแข่งขันคือ แบ่งเป็นสองช่วงเวลาช่วงละสี่สิบห้านาทีโดยฝ่ายใดทำประตูได้เยอะกว่าจะเป็นฝ่ายชนะการแข่งขันไป

 

สนับสนุนโดย  v9bet

หินสลักโมไอบนเกาะอีสเตอร์สามารถเดินได้เองจริงหรือเปล่า?

ถ้าเราพูดถึงเรื่องของโบราณสถานหรือโบราณวัตถุที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของหินสลักจริงๆแล้วมันได้มีอยู่หลายที่ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นหินสลักต่างๆเกี่ยวกับในหน้าประวัติศาสตร์อย่างศิลาแดงหรือเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่เกี่ยวกับอียิปต์โบราณหรือสลักเอาไว้ในถ้ำต่างๆมากมาย

ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้มันก็จะบ่งบอกเกี่ยวกับประวัติที่มาหรือในอดีตนั้นมันได้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งหนึ่งในหินสลักที่มีคนพูดถึงกันมากที่สุดนั่นก็คือ หินสลักรูปหน้าคนโมไอ/moaiนั่นเองโดยตามข้อมูลเขายังได้บอกเอาไว้ว่า หินสลักรูปโมไอมันคือรูปปั้นหินที่มีลักษณะที่คล้ายกับศีรษะของมนุษย์แตกจะมีศีรษะที่ใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป

และยังได้มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันออกไปบางตัวหัวเล็กบางตัวหัวใหญ่หรือบางตัวก็อาจจะมีหินวางเอาไว้บนหัวที่ดูคล้ายเหมือนกับหมวกก็มีอยู่เช่นกัน ซึ่งถ้าเอาตามที่เขาได้บันทึกเอาไว้แล้วก็มีการจดเอาไว้เขายังได้บอกเอาไว้ว่าโมไอในแต่ละชิ้นนั้นมันได้ถูกสร้างขึ้นมาจากหินเพียงแค่ก้อนเดียว โดยชาวโพลินีแซียน ที่ได้เข้ามาปกครองที่เกาะนี้ในช่วงเวลาเมื่อประมาณปี ค.ศ.1250

และได้สิ้นสุดอารยธรรมในเวลาต่อมาจากการคาดเดาคาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงประมาณปี ค.ศ.1600ถึงปี ค.ศ.1800

แต่มันก็ยังไม่สามารถที่จะสรุปได้เลยว่ามันสิ้นสุดอารยธรรมเพราะอะไรและตามบันทึกเขายังได้บอกอีกด้วยว่าวิธีการสร้างโมไอในช่วงแรกมันยังคงได้เป็นปริศนาอยู่แต่ในช่วงระยะเวลาต่อมาก็ได้ถูกไขปริศนาแล้วแต่มันก็ยังได้มีบางคนเขาเชื่อกันว่ามันอาจจะเป็นเพียงแค่ทฤษฎีสมทบคิดเพียงเท่านั้น

โดยทฤษฎีสมทบคิดที่มีคนเชื่อถือกันมากที่สุดคือน่าจะถูกสร้างขึ้นจากการแกะสลัก โดยใช้หินของภูเขาไฟที่มีความแข็งและมีความคมกว่าหินโดยทั่วไปมาแกะสลักหินจากหินก้อนใหญ่เพียงแค่ก้อนเดียวด้วยความปราณีตจนมันได้ขึ้นเป็นรูปทรงขึ้นมาและเขาก็ได้คาดการณ์กันว่าวัตถุประสงค์ในการสร้างโมไอนี้ขึ้นมาคือการสร้างขึ้นมา

เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้แก่พวกที่ได้ร่วงลับไปแล้วอาจจะเป็นหัวหน้าเผ่าหรือเป็นคนที่มีอำนาจยศถาบรรดาศักดิ์สูงในยุคนั้นก็เป็นได้และถ้าถามว่าเรื่องนี้มันน่าสนใจอย่างไงคือเท่าที่ฟังมาตอนแรกนั้นมันอาจจะดูเหมือนเป็นเพียงแค่หินสลักที่เอาไว้ประดับหรือเป็นหินที่เอาไว้เป็นอนุสรณ์สถานของผู้ที่ได้ร่วงลับไปแล้วหินโมไอมันมีขนาดที่ใหญ่และสูงงมากๆ

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า entaplay

เหตุการณ์ฆ่าสังหารอย่างโหดร้ายในสมัยสงครามญี่ปุ่นและจีน

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นได้บุกเข้ายึดเมืองนานกิงทหารญี่ปุ่นยังได้จับประชากรชาวจีนมาทำร้ายอย่างโหดเฮียมทั้งยังมีการฆ่าชาวจีนที่ไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆทั่วไปโดยทหารญี่ปุ่นจะจับชาวจีนมาฆ่าโดยการทรมานอย่างร้ายแรงเสียจนรับไม่ได้และนอกจากการฆ่าที่ทรมานแล้วก็ยังได้นำเอาเชลยมาทำการตัดศีรษะหรือแม้กระทั่งควักตับไตใส้พุงออกมา

ซึ่งบางรายโดนหนักถึงขั้นชนิดที่ว่าถูกตัดต่อมาด้วยมนุษย์ตามร่างกายอย่างเช่นที่ว่าตัดแขนซ้ายของคนนี้ไปต่อกับแขนซ้านของอีกคนหนึ่งบางรายก็ถูกตัดหัวแล้วไปต่อกับอีกคนหนึ่งบางรายก็ถูกตัดแขนซ้านมาสลับกับแขนขวา

ซึ่งมันก็ไม่สามารถที่จะใช้ได้หรอกเพราะว่ามันได้ทำการตัดเซลล์ออกไปแล้วมันไม่สามารถที่จะต่อเซลล์ให้มันสามารถใช้งานได้ตามปกติเพราะ เนื่องจากว่าในสมัยนั้นมันไม่ได้มีวิวัฒนาการต่อเซลล์อะไรมากมายมันอาจจะเป็นเพียงแค่ว่าการตัดแล้วนำเอามาเย็บต่อกันเฉยๆ

กกลายเป็นคนที่ไม่มีแขนนั่นเองสุดท้ายก็ต้องเสียชีวิตลงไป แต่สิ่งที่ทำให้ชาวจีนได้มีความโกรธแค้นมากที่สุดไม่ใช่เป็นการฆ่าฟันหรือว่าการนำเอามาตัดต่อทางพันธุกรรมสิ่งที่ชาวจีนรับไม่ได้จริงๆกับพฤติกรรมของทหารญี่ปุ่นในสมัยนั้นนั่นก็คือข่มขืนกระทําชําเราผู้หญิง หญิงชาวจีนได้ถูกทหารญี่ปุ่นข่มขืนมากกว่า2หมื่นคนภายวใน4สัปดาห์

และยังได้มีความทวีคูณขึ้นเรื่อยๆไม่มีทีท่าที่จะลดลงเลย ว่ากันว่าทหารญี่ปุ่นไม่ได้เลือกข่มขืนเฉพาะคนแต่ทหารญี่ปุ่นได้ข่มขืนทุกคนที่เป็นผู้หญิงทุกเพศทุกวัยทุกอาชีพตั้งแต่ชาวนาเด็กนักเรียนคุณครูหรือแม้กระทั่งระดับCOระดับผู้บริหารคนงานอาจารย์และยังรวมไปถึงคนแก่แม้เด็กเล็กก็ยังไม่เว้นบางรายเมื่อถูกข่มขืนเสร็จแล้วก็ถูกฆ่าหรือบางรายที่ไม่ได้ถูกข่มขืน

ก็จะถูกกระทำชำเราอย่างอื่นและได้ฆ่าทิ้งเช่นเดียวกันนักประวัติศาสตร์ชาวจีนได้ทำการรวบรวมข้อมูลว่าในเหตุการณ์สังหารหมู่ที่เมืองนานกิงจริงๆแล้วต่างก็ได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ากองทัพญี่ปุ่นได้สังหารคนชาวเมืองนานกิงไปมากกว่า3แสนคน นอกจากความโหดร้ายการข่มขืนแล้วความโหดร้ายของคนในทหารญี่ปุ่นในสมัยนั้น

ยังไม่เพียงแต่เท่านี้ผู้ที่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในสมัยนั้นที่ได้รอดออกมาได้ก็ได้เล่าให้ฟังอีกว่าทหารญี่ปุ่นได้จับคนประมาณ4คนลามติดกันเป็นชุดๆจากนั้นก็จะค่อยๆยิงเรียงคนเพื่อเป็นความแน่ใจหากใครที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะถูกยิงทิ้งซ้ำอีกครั้งหนึ่งและหลักฐานที่

สำคัญมากที่สุดในสมัยนั้นนั่นก็คือเสียงบันทึกของจอนมากีได้เป็นนักสอนศาสนาชาวอเมริกันที่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในสมัยนั้นได้เล่าให้ฟังทหารญี่ปุ่นไม่เพียงสังหารเชลยศึกทุกคนแต่ยังฆ่าชาวเมืองทุกเพศทุกวัยจึงได้จัดตั้งเขตปลอดภัยสากลขึ้นมาโดยร่วมกับชาวตะวันตกอื่นๆอีกถูกสร้างขึ้นมาให้ช่วยเหลือชาวจีนให้รอดพ้นจากความโหดร้ายของทหารญี่ปุ่น

 

สนับสนุนโดย  next88 สมัคร

ความเชื่อเกี่ยวกับลัทธิซาตาน

ลัทธิซาตานทำไมได้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับยาเสพติดคือถ้าเกิดเราพูดถึงลัทธิซาตานแบบเต็มที่ที่เลวร้ายที่สุดเลยก็คือการฆ่าคนนู้นหรือรักพาคนนี้เพื่อมาทำพิธีกรรมบูชายันต์อะไรแบบนี้ถูกหรือไม่แต่ทีนี้มันได้มีเรื่องของยาเสพติดได้เข้ามาเกี่ยวข้องเราก็เกิดความสงสัยก็เลย

ไปถามรุ่นพี่คนหนึ่งที่เขาเคยเล่าเรื่องของลัทธิซาตานให้เราฟังว่าเขาเคยได้มีโอกาสหนึ่งเกือบได้เข้าไปที่โบสถ์ลัทธิซาตานในต่างประเทศประเทศหนึ่ง

ซึ่งเราขอไม่บอกชื่อประเทศ โดยซึ่งที่รุ่นพี่คนนี้เขาได้บอกมาเขาบอกว่าคอนที่เขาได้ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอยู่ต่างประเทศเขาได้อยู่บ้านพักที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับโบสถ์ลัทธิซาตานเลย และทุกครั้งที่เขาได้กลับเข้ามาที่บ้านพักของเขา เขาก็จะได้ยินเสียงบนสวดประะหลาดจะได้กลิ่นสาบแปลกๆหรือกลิ่นอะไรสักอย่างหนึ่งที่บอกไม่ได้ว่ามันคือกลิ่นอะไร

หรือบางทีหนักหน่อยก็มีคนเล่าว่าเคยมีเด็กถูกอุ้มเข้าไปในโบสถ์หลังนี้ก็มีอยู่เหมือนกัน ซึ่งตรงนี้รุ่นพี่เขาบอกว่าเขาสงสัยว่าโบสถ์หลังนี้เขาทำอะไรกันเขาก็เลนตัดสิ้นใจว่าจะรองเข้าไปในลัทธิซาตานดูเขาก็ได้เดินเข้าไปที่โบสถ์แต่ในขณะที่เขากำลังเข้าไปปรากฎว่าทางเข้าโบสถ์นั้น

ได้มีคนเฝ้าประตูอยู่และคนที่เฝ้าประตูเขาก็ได้บอกมาว่าถ้าคุณอยากจะเป็นคนในลัทธิซาตานคุณจะต้องทำพิธีกรรมและทำภารกิจให้สำเร็จก่อนที่จะเข้าลัทธิและเข้าโบสถ์ของเราได้รุ่นพี่เราก็ได้ถามไปว่าแล้วภารกิจหรือพิธีกรรมจะต้องทำอะไรบ้าง

และคำตอบที่ได้จากคนที่เฝ้าประตูโบสถ์ก็คือคุณจะต้องไปหาเลือดสดๆของเด็กมาให้เราและเราจะนำมาประกอบพิธีก่อนและให้คุณดื่มเลือดของเด็กคนนั้นเข้าไปและพอได้ยินคำตอบแบบนั้นออกมารุ่นพี่เขาก็ได้เลือกเดินออกมาและเลือกที่จะไม่เข้าลัทธินี้เพราะว่ามันค่อนข้างที่จะน่ากลัวไปหน่อยคือตรงนี้เขาก็ไม่ได้แจ้งมาว่าเลือดของเด็กจะหาได้มาจากที่ไหน

เขาบอกเพียงแค่ว่าจะต้องหาเลือดเด็กสดๆมาให้เขาและให้เขาไปทำพิธีกรรมก่อนที่จะให้เราดื่มเลือดนั้นเข้าไปรุ่นพี่เราก็ได้ตัดสิ้นใจเดินออกมาจากโบสถ์นั้นแต่ก่อนที่จะออกมาคือตอนที่เขาได้ยืนอยู่หน้าโบสถ์เขาก็ได้ยินเสียงประหลาดเยอะแยะมาก

ไม่ว่าจะเป็นเสียงสวดเสียงกีดร้องหรือแม้แต่จะเป็นกลิ่นสาบหรือกลิ่นอะไรแปลกๆ ซึ่งตรงนี้เขาก็ให้คำตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไรแต่โบสถ์นี้รุ่นพี่เราเขาแจ้งว่าคนในบริเวณรอบข้างเขาได้ทำการแจ้งไปยังสถานีตำรวจว่ามีการใช่เสียงดังมีความรู้สึกว่ามันผิดปกติในโบสถ์แห่งนี้แต่สุดท้ายกลายการแจ้งเรื่องก็เงียบลงไม่การเข้ามาตรวจสอบไม่มีการเข้ามาดูแล

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน แทงขั้นต่ํา10บาท

เพราะอะไรไดโนเสาร์ถึงสูบพันธุ์  

สำหรับเรื่องของการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์เราเชื่อว่าหลายๆคนก็น่าจะมีคำตอบอยู่ในใจแล้วก็เคยได้ยินกันมาบ้างว่ามันเกิดจากอุกกาบาตพุ่งชนโลกแล้วทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปกคลุมไปทั่วโลกแล้วก็ไม่มีอาการหายใจจนตายบ้างหรือภูเขาไฟได้มีการเกิดการระเบิดครั้งใหญ่

หรือภูเขาไฟใต้น้ำระเบิดอุณหภูมิโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันเราก็จะเคยได้ยินกันมาประมาณนี้ จริงๆแล้วเราอยากจะบอกว่าการสูญพันธุ์ของพวกสัตว์ดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ทั้งหลายจริงๆแล้วมันไม่ได้มีการสูญพันธุ์เพียงแค่ครั้งเดียวตามข้อมูลที่เราได้ไปศึกษามาเขาบอกเอาไว้ว่าในอดีตที่ผ่านมามันเคยมีการสูญพันธุ์หรือโดนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จากธรรมชาติ

มามากกว่า5ครั้งแล้วจริงๆมันอาจจะเยอะไปกว่านี้ก็ได้แต่ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ได้สรุปใจความได้แค่ว่าเคยมีการสูญพันธุ์ทั้งสิ้นมาแล้ว5ครั้งด้วยกันและในการเกิดเหตุการณ์เหล่านี้มันค่อนข้างที่จะมีระยะเวลาที่ยาวนานมันเลยทำให้ซึ่งที่มีชีวิตในยุคนั้นมันได้สูญพันธุ์ไปกว่า50-90%เลยก็ว่าได้โดยการสูญพันธุ์ในครั้งแรกเกิด450-440ล้านปีก่อนในยุคที่มีชื่อว่า ออร์โดวิเชียน-ไซลูเรียน หรือจะเรียกกันสั้นๆว่าปลายยุคออร์โดวิเชียน

โดยเหตุการณ์นี้มันได้เป็นผลมากจากยุคน้ำแข็งงที่มันทำให้ระดับน้ำทะเลได้ลดลงอย่างกระทันหันมันจึงทำให้ระบบนิเวทที่อยู่บริเวณน้ำตื้นที่อยู่ใกล้ชายฝั่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากส่วนสาเหตุก็ได้มีการคาดเดากันว่ามันน่าจะเกิดจากการที่เทือกเขาแอปปาเลเชียนได้ยกตัวสูงขึ้นมันเลยทำให้มีหินผุดขึ้นมาใหม่ด้วย

โดยหินนั้นมันได้มีส่วนประกอบสิริเกตที่ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ภายในอากาศได้ถูกดึงออกไปเป็นจำนวนมากถ้าคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศในสมัยก่อนที่คาดเดาว่ามันน่าจะมีประมาณ7,000PPMเหลือเพียงประมาณ4,400PPMเพียงเท่านั้นเองและเมื่อประมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงมันก็เลนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมันได้ลดลงตามไปได้

มันเลยทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกได้ลดลงตามไปด้วยเพราะว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เราก็ได้รู้กันหมดแล้วว่ามันคือก๊าซเรืองกระจกและสาเหตุการณ์นี้มัมนเลยทำให้สิ่งที่มีชีวิตในทะเลได้สูญพันธุ์ไปกว่า85%จากจำนวนสายพันธุ์กันเลยทีเดียว จากที่เขาได้มีการบันทึกเอาไว้เขาได้บอกว่าสิ่งที่มีชีวิตที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเหตุการณ์นี้นั้นก็คือ โคโนดอนต์ ไทรโลไบต์ และ แกรปโทไลต์ ซึ่งสามตัวนี้มันได้เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่จำพวกมีลักษณะคล้ายกับแมงดาในปัจจุบันนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน แนะนํา

ตำนานคำสาปสุสานฟาโรห์

       เมื่อช่วงหลายร้อยปีก่อนหน้านั้น เคยมีคนที่ไม่เชื่อเกี่ยวกับเรื่องของคำสาป ได้เข้าไปท้าทายข้อความที่ได้มีการเขียนเอาไว้ในสุสานของฟาโรห์ Tutankhamun  ซึ่งเป็นฟาโรห์องค์ที่สิบสองของอียีปห์โบราณ และข้อความที่เขียนเอาไว้ว่าเป็นคำสาปในสุสานของ ฟาโรห์ Tutankhamun  นั้น

มีข้อความที่แปลได้ประมาณว่า หากใครก็ตามที่มายุ่งเกี่ยวและทำให้สุสานแห่งนี้ไม่สงบสุขแล้วละก็มันผู้นั้นจะต้องมีอันเป็นไป  และแน่นอนคนที่เข้าไปข้างในสุสานของ ฟาโรห์ Tutankhamun   และไปยุ่งกับสมบัติของฟาโรห์ Tutankhamun  ก็มักจะเสียชีวิต

อย่างปริศนา สำหรับประวัติขององค์ฟาโรห์ Tutankhamun  นั้นพระองค์สิ้นพระชนในวัยเพียงแค่ สิบแปดชันษาเท่านั้นเอง และเมื่อองค์ฟาโรห์ Tutankhamun  สิ้นพระชน พระองค์ก็ถูกพระญาติที่ต่อมาได้เป็นกษัตรต่อจากพระองค์ ได้ทำการลบชื่อออกจากของฟาโรห์ Tutankhamun   ออก

จากทำเนียบการเป็นกษัตร ซึ่งนั้นเองที่เป็นสาเหตุว่าทำไมถึงไม่มีนักประวัติศาสตร์คนใด รู้จักประวัติของพระองค์เลย  จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 เดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1922  คณะขุดทองชาวอังกฤษก็ได้พากันลักลอบเข้าไปขุดหาทองและหาสมบัติในสุสานดังกล่าว

ซึ่งสุสานแห่งนี้มีอายุเก่าแก่มากกว่าสามพันปีมาแล้ว และมีเรื่องเล่าออกมาว่านักขุดทองทั้งหมดที่ลักลอบเข้าไปหาสมบัติในสุสานของฟาโรห์ Tutankhamun  นั้นต่างก็ต้องมาสังเวยชีวิตให้กับสุสานของฟาโรห์ Tutankhamun   ด้วยกันทุกคน

ซึ่งแต่ละคนนั้นก็มีเรื่องราวชวนหัวลุกแตกต่างกันออกไปและทุกครั้งที่สุสานขององค์ฟาโรห์ Tutankhamun   ถูกคนเข้าไปรบกวนเมื่อใดก็ตามก็มักจะมีคนต้องเสียชีวิตต่อคำสาปลี้ลับนี้ทุกครั้งไป และนับตั้งแต่นักโบราณคดีค้นพบสุสานของฟาโรห์ Tutankhamun  แห่งนี้

และมีการเข้าไปสำรวจภายในของสุสานนั้นก็ปรากฏว่ามีคนที่ต้องเสียชีวิตเพราะสุสานฟาโรห์ Tutankhamun  แห่งนี้ไปแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบคนมาแล้ว และเนื่องจากที่สุสานแห่งนี้มีคำสาปที่มีอาถัณฑ์นั่นเองทำให้องค์ฟาโรห์ Tutankhamun  นั้น

ยังคงได้พักผ่อนในสุสานแห่งนี้อย่างสงบเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเพราะคำสาปนี้เปรียบเสมือนกับเป็นเกาะป้องกันไม่ให้ใครก็ตามที่หวังอยากจะได้สมบัติของฟาโรห์ Tutankhamun  ไม่สามารถเข้าไปรบกวนพระองค์ได้นั่นเอง

        สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับสุสานขององค์ฟาร์โรห์ของอียิปห์นั้น มีนักโบราณคดี ค้นพบสุสานมากมายหลายสุสานด้วยกัน และทุกสุสานก็มักจะมีคำสาปที่เอาไว้สาปแช่งคนที่เข้าไปรื้อค้นทำลายความสงบข้างในสุสาน ซึ่งในสุสานขององค์ฟาร์โรห์ส่วนใหญ่แล้ว

จะไม่ได้มีแค่พระศพขององค์ฟาร์โรห์เท่านั้น แต่จะมีทหารที่ถูกฆ่าตายเพื่อให้มาคอยรับใช้องค์ฟาร์โรห์ด้วย ซึ่งอาจจะเป็นเหล่าทหารกล้าเหล่านี้ก็ได้ที่เข้ามาทำร้ายคนที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับภายในสุสานนั้น

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  sagame

ทำไมมีประชากรอาศัยอยู่ขั้วโลกเหนือมากกว่าขั้วโลกใต้

สำหรับขั้วโลกใต้นั้นจะมีการเริ่มฤดูร้อนในช่วงเดือนธันวาคมยาวนานประมาณ5เดือนและจากนั้นจะเข้าสู่กลางคืนที่มีความยาวนานประมาณถึง5เดือนกันเลยทีเดียว ถิ่นที่อยู่อาศัย

เนื่องจากว่าขั้วโลกเหนือนั้นมันได้เป็นเขตแดนของหลายประเทศและมันก็ได้ทำให้ดินแดนที่มีความหนาวเย็นแห่งนี้มันก็ได้มีผู้คนที่ได้อาศัยอยู่หลากหลายอยู่แถวนี้ โดยเฉพาะคนพื้นเมืองได้แก่ชาวเอสกิโมจากทวีปอเมริกาเหนือชาวซามิจากทวีปอเมริกายุโรปและชาวยาครุสจากไซบีเรีย

ซึ่งชนชั้นเมืองเหล่านี้ก็ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มาอย่างยาวนาน ซึ่งก็ได้มีประชากรที่ได้อาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือย่างถาวรประมาณ4ล้านคน สำหรับขั้วโลกใต้นั้น เนื่องจากว่าได้มีอากาศที่หนาวเย็นสุดโหดและยากต่อการดำรงชีวิตมันจึงไม่มีกลุ่มคนชนพื้นเมืองใดๆที่จะเข้ามาอยู่อาศัยเลย นอกจากนักวิทยาศษสตร์ประมาณ1,000-1,5000คนที่ได้ประจำการที่อยู่ในฐานปฏิบัติการเพื่อการวิจัยทั่วทั้งทวีปและดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้เข้ามาท่องเที่ยว

ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น สำหรับสัตว์พื้นถิ่นในขั้วโลกเหนือมันก็ได้เป็นสถานที่ที่ได้มีสัตว์นานาชนิดอย่างเช่น กวางเรนเดียร์วัวมัสค์กระต่ายอาร์กติกสุนัขจิ้งจอกอาร์กติกและหมีขั้วโลกการที่ขั้วโลกเหนือนั้นได้มีสัตว์นานาชนิดได้อาศัยอยู่ เนื่องมาจากทวีปอาร์กติกได้มีพื้นที่ที่มันเป็นส่วนหนึ่งของทวีปยุโรปทวีออเมริกาเหนือและทวีปเอเชีย

สำหรับสัตว์ต่างๆเหล่านี้มันจะอพยพมาจากทางตอนใต้ของขั้วโลกเหนือในช่วงฤดูหนาวและพวกมันก็จะอพยพเข้ามาในช่วงฤดูร้อน สำหรับขั้วโลกใต้นั้นมันก็ได้มีสัตว์ที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนน้อยมากซึ่งมันก็ได้เป็นที่อยู่ของแมลงเจ้าถิ่น

ซึ่งมันได้เป็นแมลงที่ไม่มีปีกขนาดเล็กที่มีความสามารถเก็บรักษาความอบอุ่นเอาไว้ในร่างกายได้นอกจากนี้มันก็ยังได้มีสัตว์อื่นๆอีกหลากหลายชนิดอย่างเช่นแมวน้ำและเพนกวินสุดน่ารักนัั่นเองสำหรับสภาพภูมิกาศถึงแม้ว่าขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้จะมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นอย่างสุดขั้วแต่อันที่จริงแล้วสภาพอากาศของขั้วโลกใต้มีความหนาวกว่าขั้วโลกเหนือมาก

ซึ่งสาเหตุนั้นมันได้มาจากพื้นของขั้วโลกเหนือนั้นมันได้เป็นน้ำแข็งซึ่งมันก็ได้แข็งตัวมาจากน้ำทะเลที่มันได้มีความหนาของน้ำแข็งไม่มากนักและน้ำทะเลก็มีอุณหภูมิที่อุ่นกว่าสภาพอากาศและความอบอุ่นจากน้ำทะเลนั่นเอง

มันได้ถูกส่งเข้ามาทางน้ำแข็งมันจึงทำให้อุณหภูมิของขั่วโลกเหนือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณลบ43องศาเซลล์เซียนถึงลบ26องศาเซลล์เซียนในขณะที่ขั้วโลกใต้ก็ได้ชื่อว่าที่เป็นดินแดนที่มีากาศหนาวมากที่สุดของโลก

 

สนับสนุนโดย  ติดต่อ bk8

ความใฝฝันของ Christian

ความใฝฝันของ Christianที่อยากผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพเป็นของตัวเอง

ย้อนกลับไปเมื่อ48ปีที่แล้วที่สวีเดน ในวันที่ 2กรกฎาคม1972 ก็ได้มีเด็กน้อยที่ชื่อว่า Christian Erland Harald von Koenigsegg ก็ได้ลืมตามองโลกขึ้นมาพร้อมกับเพนชั่นที่มีอยู่เต็มตัวของเขา

หลายๆคนก็อาจจะคิดว่ามันก็คงจะเหมือนกับEnzo Ferrariหรือ Bruce McLaren ที่ฝันในวัยเด็กที่อยากจะไปนั่งหลังพวงมลัยรถแข่งเพื่อที่จะได้เป็นนักแข่งรถ แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เพราะตัวของเขานั้นไม่ได้อยากที่จะเป็นนักแข่งรถแต่อย่างใดตัวของเขานั้น

ก็ได้ขยับขึ้นมาอีกหนึ่งสเต็ปเขาอยากที่จะเขารถเอาไว้เป็นของตัวเองและความฝันที่ใหญ่โตที่มันยากเกินกว่าที่เขานั้นจะทำได้ซึ่งตัวของเขานั้นก็ได้เริ่มต้นเพียงแค่อายุ5ขวบเท่านั้น Christianน้อยได้ไปดูหนังที่นอร์เวย์ที่มีชื่อว่าPinchcliffe Grand Prixมันได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคนที่ซ่อมจักรยานยนต์ธรรมดาๆ

แต่สุดท้ายตัวของเขาเองนั้นก็ได้สร้างรถขึ้นมาได้อย่างสำเร็จและก็ชนะการแข่งขันฟอร์มูล่าวันและนี่มันก็ได้เป็นจุดประกายไฟที่ทำให้ Christianเขาก็ได้ตั้งประนิทานกับตัวเองว่าฉันจะต้องสร้างรถสปอร์ตให้สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาให้ได้หลังจากที่ตัวของเขานั้นคิดได้พอเขานั้นได้มีอายุเพียง8ขวบก็ถือว่าโตขึ้นมาในอีกวัยหนึ่ง

จากนั้นตัวของเขาเองก็ได้โชว์การถอดรถมอไซค์ได้หมดทั้งคันพอเขาได้อายุ15ขวบจากนั้นเขาก็ได้เข้าไปทำงานไปเป็นเซลล์คนขายรถมอไซค์มือสองและด้วยครองครัวของ Christianนั้นเขาไม่ได้มีเงินทองมากมายมาตั้งแต่เกิดเขาจึงยอมทำทุกๆอย่างเพื่อเงินทุนที่มันจะทำให้ตัวของเขานั้นได้ไปเปิดบริษัทที่จะสร้างรถยนต์ขึ้น

มาเป็นของตัวเองแต่อีกหนึ่งสิ่งที่ Christianเขาได้เรียนรู้มาจากธุรกิจของครองครัวนั่นก็คือความรู้นอกห้องเรียนมันสำคัญกว่าในห้องเรียนเพราะหลายๆอย่างที่ตัวของเขานั้นได้ทำมาทั้งหมดมันหาเงินได้และมันก็ไม่ได้มีสอนในห้องเรียนมันจะต้องไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง

จากโลกภายนอกเท่านั้นเมื่อปี1990เมื่อตัวเขาเองได้มีอายุ18ปีเขาก็ได้เริ่มนั่งคิดทบทวนกับตัวเองและดูมีความจริงจังเป็นอย่างมากเรื่องที่เขานั้นจะหาเงินจากที่ไหนมาสร้างรถยนต์ของเขาเริ่มจากชิบที่ผลิตเอามาแทนแผ่นซีดีแต่ก็ต้องถูกตัดไอเดียนี้เอาทิ้งไป

เพราะในยุคนั้นการแบกเครื่องเล่นซีดีมันแมนเดินฟังเพลงไปด้วยเปิดเพลงไปด้วยมันเท่จริงๆหากใครที่เกิดในยุค90แล้วคงจะเข้าใจดีและมันเท่เอามากๆเลยทีเดียวจากนั้นประมาณอีหหนึ่งปีในปี1991เขาก็ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่มาจากพ่อเลี้ยงที่เป็นโรงงานผลิตพื้นบ้านซึ่งในสมัยนั้นการที่จะแปะพื้นลงไปก็ต้องใช้ตะปูตอกลงไปให้สนิกกันเขาก้ได้คิดว่าจะใช้ตะปูตอกไปทำไมถ้าทำให้พื้นมันติดไปเลยมันน่าจะดีกว่า

 

สนับสนุนโดย  rb88 thai

คุณจะทำอย่างไรหากติดอยู่ที่เกาะโดยที่ไม่มีอะไรเลย

ใครเคยดูภาพยนตร์คนหลุดโลกก็จะต้องรู้เลยว่าการที่จะเอาชีวิตรอดจากทะเลและที่เกาะร้างที่ห่างไกลนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่หน้าง่ายเลยถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่เพียงเรื่องแต่งมันก็ลุ้นเป็นอย่างมากแต่ถ้าหากว่าได้เป็นเรื่องราวของชายคนนี้คุณอาจจะต้องตกใจอย่างแน่

เพราะเขาสามารถที่จะเอาตัวรอดบนเรือเล็กกลางทะเลได้นานกว่า438วันหรือหนึ่งปีกว่าๆเลยทีเดี่ยว หากอยากรู้ว่าเขานั้นได้มีเทคนิคของสภาพชีวิตเป็นอย่างไรบ้างเรามาดูพร้อมๆกันเลย

หากวันหนึ่งคุณนั้นกลับซวยขึ้นมาจะต้องลอยอยู่กลางทะเลที่สุดลูกหูลูกตาในแดดที่ร้อนสุดๆหากได้เป็นคุณแล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหนกัน 1วัน2วัน หรือ1สัปดาห์กันแน่ แต่ก็เช่อเถอะว่าอย่างน้อยมากที่สุดก็อาจจะประมาณ1-3วันเพราะมันเป็นช่วงสูงสุดที่มนุษย์คนเรานั้น

จะทนได้จากการรอคอและขาดน้ำหากนานไปกว่านั้นร่างกายอาจจะแย่เริ่มจากเวียนหัวอะไรอวัยวะทำงานผิดปกติจนทำให้ตัวเรานั้นหมดลมหายใจในที่สุดเห็นหรือไม่ว่าการที่ไม่ได้ดื่มน้ำแล้วมันน่ากลัวมากขนาดไหนแต่อย่าไปกิยน้ำในทะเลล่ะ

เพราะมันจะไปกระตุ้นทำให้ร่างกายเรานั้นขาดน้ำเข้าไปอีกหากหิวน้ำมากแค่ไหนก็ต้องทนหรือรอฝนตกลงมาเพื่อกินน้ำจืดเท่านั้นหรือถ้าหากว่าคุณนั้นมีแพหรือว่าเรือลำเล็กสักหน่อยอาจจะมีสิทธิ์ไม่ต้องว่ายน้ำให้เหนื่อยและหาสัตว์น้ำทะเลกินประทังชีวิตได้อีกหลายมื้อ

หากไม่มีก็จบแต่เดี๋ยวคุณอย่าเพิ่งหวัดไปไกลสภาพอากาศและของที่อยู่ในเรือมันก็ยังได้เป็นตัวที่บ่งชี้ได้เลยว่าตัวคุณจะอยู่หรือไปอีกด้วยหากได้เป็นเรือเล็กที่ไร้หลังคาไม่มีอุปกรณ์ใดๆที่จะให้ความอบอุ่นใดแล้วล่ะก็บอกได้เลยว่าต้องรอให้คนมาเจอคุณไวๆแล้วแหล่ะ

หากตัวคุณนั้นได้อยู่กลางอากาศที่มีความร้อนมากเท่าไรมันก็จะทำให้ร่างกายของคุณนั้นขาดน้ำและมีความหิวได้หากมีสภาพอากาศที่เย็นจนเกินไปร่างกายของคุณนั้นก็จะทนไม่ไหวอีกเช่นเดียวกันดังนั้นนอกจากน้ำแล้วก็อาหารแล้วในส่วนของสภาพอากาศมันก็จะมีผลมากๆ

หากไม่มอุปกรณ์อย่างมีดเบ็ดตกปลาและปืนยิงขอความช่วยเหลือโอกาสที่คุณนั้นจะขึ้นมาบนฝั่งมันก็จะน้อยลงไปอีกแต่ทว่าสถานการณ์ที่เรานั้นได้เหล่ามานี้ซึ่งมันก็ได้มีชายคนหนึ่งที่เขานั้นได้รอดชีวิตมาได้ทั้งที่ไม่มีอะไรยังชีพผ่านคลื่นลมและฉลามมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 pantip