7 ข้อห้ามโบราณที่คนสมัยก่อนไม่ให้ทำ

 คนสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าวางกระจกให้เห็นภาพเตียงจะทำให้ถูกกระจกสูบและยังทำให้ความรักที่มีต่อกันสูญหายไปบางครั้งอาจจะทะเลาะกันหรือผู้หญิงจับได้ว่าสามีของตัวเองมีผู้หญิงใหม่จึงเลิกกันและยังทำให้เรานอนไม่หลับ  แต่ความจริงแล้วบางครั้งถ้าเราตื่นมากลางดึกอาจจะตกใจภาพสะท้อนของตัวเองนั้นเองค่ะ

คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าร้องเพลงตอนทานข้าวจะทำให้ มีสามีแก่หรือภรรยาแก่กว่าเราเยอะมาก แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยก่อนไม่อนุญาตให้เราร้องเพลงตอนทานข้าวก็เพราะน้ำลายของเราอาจจะกระเด็นไปเข้าจานชามของผู้อื่นก็เป็นได้หรือคนที่นั่งกินข้าวกับเราอยู่นั้นอาจจะไม่ต้องการให้เราร้องเพลงเพราะบางครั้งเราอาจจะไม่ดีน้ำลายของเราจะไปกระเด็นเข้าจานของเขาได้คนโบราณจึงตั้งกฎมีขึ้นมาเพื่อไม่ให้เราเสียมารยาทเพราะถ้าเราเสียมารยาทผู้อื่นอาจจะคิดว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอนก็ เป็นได้

คนในอดีตสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าถูกน้ำลายของผีปอบจะทำให้เรากลายเป็นปอบคนต่อไป  แต่ความจริงแล้ว ที่คนในอดีตสมัยโบราณบอกกันต่อๆมาอย่างนี้ก็เพราะถ้าเราไปโดนน้ำลายของใครเราอาจจะติดเชื้อโรคจากเขาได้เพราะเราไม่รู้ว่าเขามีโรคอะไรบ้าง 

คนสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าเล่นเงาของตัวเองกลางดึกหรือตอนที่มืดค่ำแล้วจะทำให้ภูตผีวิญญาณมาหลอกเราเพราะเห็นเราจากเงาของเรานั่นเองค่ะ แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยโบราณบอกอย่างนี้ก็เพราะไม่อยากให้เราเก็บไปฝันนั่นเองค่ะ 

คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าล้างมือพร้อมกันจะทำให้ เกลียดและจะตายพร้อมกันคนสมัยก่อนจึงไม่นิยมล้างมือพร้อมกันเพราะไม่อยากตายพร้อมกันนั้นเองค่ะ  แต่ความจริงแล้วที่คนสมัยก่อนไม่อนุญาตให้ล้างมือพร้อมกันก็เพราะ จะได้ไม่ต้องแย่งกันล้างค่ะ

 คนในอดีตสมัยโบราณเชื่อว่าถ้าให้คนที่ตั้งครรภ์อาบน้ำตอนกลางคืนจะทำให้น้ำคร่ำในท้องเยอะและคลอดลูกได้ยากนั่นเองค่ะคนในอดีตสมัยโบราณจึงไม่นิยมให้คนที่ตั้งครรภ์อาบน้ำตอนกลางคืนเพราะกลัวว่าน้ำคร่ำในท้องจะเยอะนั้นเองค่ะ แต่ความจริงแล้วที่คนในอดีตสมัยโบราณพูดต่อๆกันมาอย่างนี้ก็เพราะในสมัยโบราณห้องน้ำจะอยู่ห่างจากตัวบ้านกว่าคนที่ตั้งครรภ์จะไปถึงก็เหนื่อยกันพอดีและงูอาจจะมาฉกส่งผลกระทบถึงลูกในครรภ์ได้หรือแมลงอาจจะกัดนั่นเองค่ะคนโบราณจึงได้ตั้งกฎหมายนี้ขึ้นมาค่ะ

รถยนต์หุ้มเกราะที่มีความพิเศษ

รถยนต์หุ้มเกราะที่มีความพิเศษแบบที่ไม่กล้าเปิดเผยกันเลยทีเดียว

ประเทศเกาหลีใต้/Hyundai Equus VL500Limousine

Hyundai ได้เป็นหนึ่งในรถยนต์ในสัญชาติของประเทศเกาหลีภายในไม่กี่รุ่นที่จะสามารถไปเทียบกับฝั่งรถทางยุโรปได้และในเช่นเดียวกันกับประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีนที่ได้ใช้รถในสัญชาติเองนั้นนำเอามาเป็นรถยนต์ประจำตำแหน่งอย่างเจ้าHyundai Equus VL500Limousineคันนี้

มันได้กลายให้ถูกเลือกให้มาเป็นรถยนต์ที่ประจำตำแหน่งของท่านประธานาธิบดีในประเทศเกาหลีใต้ในโดยปริยายและแน่นอนว่าอย่างเจ้าLimousineที่สุดหรูหราในคันนี้มันได้ถูกอันแน่ไปด้วยระบบความปลอดภัยอย่างเต็มคันและยังเพียบพร้อมไปด้วยความเต็มพิกัดเพื่อที่จะให้เหมาะสมกับตำแหน่งและฐานะประธานาธิบดีในประเทศของเกาหลีใต้นั่นเอง

ประเทศออสเตรีย/BMW7-Series

 สำหรับรถยนต์ประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีของประเทศออสเตรียนั้นจะมีการใช้รถยนต์ที่หรูที่เป็นรถยนต์ที่ดูหรูหราและมีขนาดใหญ่อย่างBMW7-Seriesซึ่งถือได้ว่าเป็นรถธงหรือเป็นรถยนต์ที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดได้มีความโด่งดังเป็นอย่างมากที่สุดและยังมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุดจากทางบริษัทของBMWโดยมันจะได้ถูกนำมาจัดให้อยู่ในประเภคเดียวกัน

กับรถยนต์ของผู้นำในหลายๆประเทศอย่างจากัวร์ xjและออดี้ a8และในส่วนของระบบในความปลอดภัยนั้นก็ได้จัดเต็มกันมาเลยและสำหรับBMW7-Seriesคันนี้เพราะทั้งตัวกระจกและตัวรถนั้นก็ได้ถูกหุ้มไปด้วยเกราะกันกระสุนที่ติดเอาไว้รอบตัวรถกันเลยทีเดียว

ประเทศรัสเซีย/Aurus Senat

ว่ากันว่าในตามปกติแล้วหน้าที่นี้จะเป็นของรถเบนซ์เอสคลาสติดเกราะแต่สำหรับในปัจจุบันแล้วมันได้กลายมาเป็นAurus Senatคันใหม่ของนายกปูตินประธานาธิบดีประเทศรัสเซียโดยAurus Senatจะเข้ามาทำหน้าที่แทนรถยนต์คันเก่าและยังมีความอลังกาลมีความปลอดภัยที่ไม่แพ้ไปจากรถยนต์ของปประเทศสหรัฐโดย Aurusได้เป็นรถยนต์ที่กันกระสุนของประเทศรัสเซียที่ได้ถูกสร้างขึ้นมา

โดยพิเศษตามคำต้องการของท่านผู้ที่เป็นผู้นำทั้งในส่วนของความสะดวกสบายและความปลอดภัยและสำหรับของ Aurusนั้นได้มีขนาดที่ใหญ่โตมีคงามอลังการกว่ารถยนต์คันเดิมโดยตัวถังของ Aurusนั้นได้มีความยาวอยู่ที่ประมาณ6.6เมตรมีความกว้าง2เมตรและมีน้ำหนักประมาณ6.5ตันสำหรับเครื่องยนต์นั้นต้องบอกเลยว่าแรงเอามากๆเลยที่เดียวเครื่องยนต์นั้นจะใช้เป็นเครื่องยนต์V8ที่มีขนาด4.4ลิตรที่ให้ความแรงมากที่สุดถึง598แรงม้า

แและยังมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลทามและในขณะที่ลายละเอียดอื่นๆของทางผู้ที่ได้รับหน้าที่หลักในการพัฒนาเจ้า Aurusของประเทศรัสเซียนั้นก็ได้เก็บเอาไว้เป็นความลับสุดยอดเช่นมีความสามารถที่จะกันกระสุนและกันแรงระเบิดได้ในระดับไหนอย่างไรก็ไม่มีบอกแต่เชื่อได้เลยว่ารถยนต์ของประธานาธิบดีคันนี้จะต้องยิ่งใหญ่และสมเกียรติอย่างประธานาธิบดีปูตินอย่างแน่นอน

2เครื่องรางของขลังที่ไม่ต้องไปปลุกเสกก็ขลังได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประชากรในประเทศไทยโดยส่วนใหญ่มีเครื่องรางของขลังไว้ครอบครองเพื่อความโชคดีศิริมงคลกันสิ่งชั่วร้ายเครื่องรางของขังต่างๆส่วนใหญ่ได้รับการจัดสร้างด้วยพิธีพุทธาภิเษกและพิธีกรรมทางไสยศาสตร์แต่ยังมีเครื่องรางบางอย่างที่ถือว่าเป็นของกายสิทธิ์ซึ่งเกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ ซึ่งทั้งมีที่อยู่ในกายคนในสัตว์ในพืชรวมถึงแร่ธาตุและอัญมณีเป็นต้นและวันนี้เราจะพามาดูเครื่องรางกายสิทธิ์ที่มีความขลังโดยที่ไม่ต้องปลุกเสกใดๆ

อากาศธาตุ

อากาศธาตุหรือฟันอาถรรพ์ของขลังที่หายากอีกอย่างหนึ่งก็คือฟันคนที่ขึ้นอยู่เพดานปากแทนที่จะขึ้นอยู่บนเหงื่อเหมือนอย่างคนปกติโดยทั่วไปและได้มีความเชื่อได้กล่าวเอาไว้ว่า อากาศธาตุนี้มีเฉพาะผู้คนที่ได้มีอดีตแต่ชาติมียานหรืออภิญญาพอได้ลงมาเกิดใหม่ยานก็หายได้กลายมาเป็นอากาศธาตุที่ได้ติดตัวมาตั้งแต่เกิดแทนสำหรับคนที่ได้มีฟันขึ้นอย่างผิดปกติ

แต่มันไม่ได้ตรงตามลักษณะจะไม่ใช้และจะไม่มีความขลังและสำหรับใครที่ได้มีฟันอยู่แบบนี้จะคงทนต่ออาวุธทั้งปวงก็คือมหาอุตม์นั่นเองฟันที่อยู่ด้านบนเพดาลปากนี้มันจะขึ้นเองโดยตามทำชาติเมื่อมันได้ขึ้นมาแล้วจะไม่ผุไม่กร่อนเหมือนอย่างกับฟันซี่อื่นๆและจะมีความคงทนและจะยังได้อยู่กับเจ้าของนั้นไปตลอดแต่หากว่าอย่าไปบอกใครล่ะเพราะมันจะเป็นอันตรายต่อตัวเองเพราะใครที่มีฟันเหล่านนี้นั้นอาจจะถูกทำร้ายก็ได้และจะถูกยึดนำเอาฟันเหล่านี้เอาไปทำเป็นของขังได้

ช้องหมูป่า

ช้องหมูป่ามีเรื่องเล่าและที่มาแบบแปลกๆที่จะดูแตกต่างกันออกไปบ้างก็จะมีความเชื่อว่าช้องของหมูป่านั้นมันได้เป็นเส้นขนพิเศษของหมูป่าที่มันได้ขึ้นอยู่ตามบริเวณตัวของหมูป่าโดยเฉพาะมันจะขึ้นที่บริเวณที่หัวหรือในระหว่างคิวของมันและมันจะมีความยาวเป็นพิเศษโดยเฉพาะหมูโทน ซึ่งจะหมายถึงในหมูตัวผู้ที่มันจะชอบหาอาหารกินอยู่ตัวเดียว

มันจะมีขนเหนือสันหลังขึ้นมาถึงโหนกคอและได้มีความยาวเป็นพิเศษเหมือนหางเปียย้อยลงมาที่ตรงหน้าผากยาวลงมาจนถึงที่ปากของมันหมูป่านั้นมันจะคาบช้องของมันเอาไว้อยู่ตลอดเวลาโดยมันจะพันเอาไว้กับเขี้ยวและในส่วนอีกตำนานหนึ่งในเชื่อกันว่าช้องหมูป่านั้นได้เป็นขนที่ได้ขึ้นอยู่ที่บริเวณลูกอัณฑะของหมูป่าหรืออาจเรียกว่าขนเพชรของหมูป่ามันก็น่าจะเป็นไปได้จะเป็นขนลักษณะพิเศษเมื่อได้เกิดขึ้นมาแล้วหมูป่าโทนที่ชอบออกหากินตัวเดียวไม่เกงกลัว

ใครจะใช้ปากและฟันเลียและกัดขนของมันมาไว้ในปากตวัดและเคี้ยวด้วยน้ำลายจนขนรวมตัวกันเป็นวงกลมหมูจะรักษาขนนี้เอาไว้ตลอดเวลาไม่ว่าจะกินอะไรมันก็จะซ่อนเอาไว้ในปากอย่างประหลาดและหมูตัวนั้นก็จะเป็นมหาอุตม์อยู่ตลอดเวลาจึงไม่มีใครที่จะเอามันมาได้เลยดังนั้นนักล่าทางไสยศาสตร์จึงต้องติดตามตัวหมู่ตัวที่ต้องการรอจนมันกินน้ำในตอนมันกินน้ำนี่เองมันก็จะคายขนหรือช้องหมูป่าออกมา

2สถานที่ที่ไม่เคยถูกค้นพบที่น่าพิศวง

ถ้ำลึก

จากข่าวการกู้ภัยช่วยชีวิตทีมนักฟุตบอลเยาวชนทั้ง13ชีวิตที่ถูกติดอยู่ในถ้ำขุนน้ํานางนอนจังหวัดเชียงรายประเทศไทยอันได้เป็นข่าวที่ทุกคนทั่วโลกนั้นต่างก็ได้ให้ความสนใจนั้นมันจึงแสดงให้เห็นว่าภายในถ้ำนั้นยังได้คงความลึกลับและเป็นที่ยากลำบากในการสำรวจเนื่อจากสภาพแวดล้อมภายในถ้ำที่ยากต่อการที่จะเข้าถึงไม่ว่าจะเป็นความมืดอากาศที่เบาบางรูปร่างของหินที่แหลมคมน้ําท่วมฉับพลันภายในถ้ำ

และความสลับซับซ่อนกับของภายในถ้ำที่ได้เปรียบเสมือนกับเขาวงกตถ้ำที่เต็มไปด้วยของความชื่อเสียงและความลึกลับที่เข้าไปสำรวจได้ยากติดอันดับต้นๆของโลกได้แก่ ถ้ำใต้น้ำ Yucatanประเทศแมกซิโก ถือเป็นถ้ำใต้น้ำที่มีความยาวมากที่สุดในโลก

ความยาวโดยรวมของโครงช่ายถ้ำรวมระยะทางได้ประมาณ374กิโลเมตรนอกจากนี้ยังมีถ้ำน้ำแข็งที่ใหญ่มากที่สุดในโลกอย่างถ้ำ Eisriesenwelt Cave ในเทือกเขาแอลป์ที่มีความยาวถึง42กิโลเมตรก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ยังรอการสำรวจจากนักผจัญภัยในอนาคต

ป่าดงดิบAmazon

ทวีปอเมริกาใต้ป่าAmazonมีพื้นที่กว้าง2.5ตรางไมล์นับได้ว่าเป็นพื้นที่ของป่าดงดิบที่มีขนาดใหญ่ครึ่งหนึ่งของโลกได้มีความหลากหลายทางชีวภาพและด้านของสัตว์ป่าที่หายากเป็นจำนวนมากจึงได้ทำให้ป่าAmazonได้เป็นที่หมายของเหล่านั้นวิทยาศาสตร์ที่จะต้องการเพื่อที่จะเข้าไปสำรวจเพื่อทำการค้นหาสิ่งที่มีชีวิตที่ยังไม่ได้มีการถูกค้นพบมาโดยตลอดแต่ไม่ว่าอย่างไร

ก็ตามAmazonนั้นก็ยังได้มีพื้นที่อีกมากมายที่ยังไม่ได้มีการถูกค้นพบพื้นที่ผืนป่าแห่งนี้ไม่มีฤดูแร้งและได้มีฝนตกลงมาตลอดทั้งปีและจะมีฝนตกหนักในช่วงกุมภาพันของทุกปีจึงได้ทำให้ระดับน้ำในอเมแซลมักจะมีการขึ้นสูงอย่างเป็นสาเหตุให้น้ำท่วมเกิดอยู่บ่อยครั้งจากเงื่อนไขสภาพอากาศและสภาพภูมิประเทศดังกล่าวการคมนาคมในแม่น้ำอเมแซลมัน

จึงเป็นที่ยากลำลากและมีความอันตรายจากกระแสของน้ำที่มีความเชียวกาาจอย่างสุดขั่วนอกจากสภาพของอากาศแล้วสัตวว์ป่าที่ดุดร้ายในอเมแซลก็ยังเป็นภัยอันตรายต่อนักสำรวจเช่นเดียวกันหากใครที่ยังจำภาพยนต์งูยักษ์อาคอนด้าได้เรื่องราวดังกล่าวอธิบายถึงความน่ากลัวจากสัตว์ร้ายในป่าอเมแซลได้เป็นอย่างดี

ซึ่งถึงแม้ว่าในความเป็นจริง งูอนาคอนด้า จะมีขนาดอยู่ที่6-9เมตร หนักประมาณ250กิโลกรัมเท่านั้นไม่ได้มีขนาดมหึมาดังเช่นในภาพยนต์แต่ก็มีสัตว์ร้ายอื่นๆที่พร้อมจะเข้าทำร้ายมนุษย์อทิเช่น เสือจากัวร์ ปลาไหลไฟฟ้า ปลาปิรันย่า แมงมุม บราซิเลีย หรือแม้แต่กระทั่งมดที่ดูจะไม่มีพิษสงอะไรแต่เมื่อโดยมันกัดจะเจ็บแสบปวดมากกว่าผึ้งต่อยกว่า30เท่าเรียกได้ว่าซึ่งมีชีวิตในอเมแซลล่วนแต่มีอันตรายและเป็นอุปสรรคต่อการเข้าไปปสำรวจแทบทั้งสิ้น

ตำนานไซอิ๋ว

ตามตำนานพงศาวดารของจีนแล้วหงอคงหรือที่เราติดปากกันว่าหินเจียรก็คือเทพองค์หนึ่งของประเทศจีนที่ชาวจีนต่างเคารพนับถือโดยมีตำนานเล่ากันมาว่าเฮงเจียนั้นก็คือลิงตัวหนึ่ง ซึ่งถือกำเนิดมาจากหินเดินเป็นหินพิเศษที่มีความทนทาน

ซึ่งชนิดนี้จะอยู่บนยอดเขาจึงหัวซานเท่านั้นโดยเฮงเจียจะมีอาวุธคู่กาย กระบองซึ่งก็บอกอันนี้เป็นกระบองวิเศษสามารถยืดได้หดได้หรือถ้าหากยืดก็จะสามารถยืดได้จนถึงบนสรวงสวรรค์แต่ถ้าหากหมดก็จะเหลือเล็กนิดเดียวเท่ากับไม้จิ้มฟันซึ่งอาวุธคู่กายนี้จะพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา แล้วที่สำคัญเวลาแห้งจะเดินทางไปไหนต่อไหนเขาจะมีพาหนะสำหรับพาเดินทางไปนั่นก็คือก้อนเมฆคินตอน

ซึ่งก้อนเมฆชนิดนี้สามารถที่จะพาเขาลอยไปไหนต่อไหนได้ตามที่ใจของเธอต้องการ ด้วยความที่เขาคงคิดว่าตัวเองเก่งกล้าสามารถและมีชีวิตที่เป็นอันตรายเขาจึงไม่กลัวใคร อยู่มาวันหนึ่งหงอคงได้ไปสร้างความเสียหายทำร้ายทหารบนสวรรค์ทำให้เง็กเซียนฮ่องเต้ไม่พอใจ จึงลงโทษด้วยการให้หงอคงไปดูแลม้าสวรรค์แต่หงอคงกลับไม่พอใจ

เพราะตำแหน่งที่ได้ถือว่าดูถูกความสามารถของตนเอง หงอคงจึงทำการฆ่าม้าทุกตัวบนสวรรค์ตายหมด เป็นการสร้างความโกรธให้กับเง็กเซียนฮ่องเต้เป็นอย่างมาก จึงมีคำสั่งให้ทหารไปตามจับหงอคงมาลงโทษแต่ก็ไม่มีใครที่จะสามารถต่อสู้กับหงอคงได้สักคนเดียว

ด้านเง็กเซียนฮ่องเต้จึงได้ยอมแต่งตั้งหงอคงเป็น ฉีเทียนไต่เสี่ย หรือมหาเทพเทียมฟ้า และให้ทำหน้าที่เฝ้าลูกท้อที่ปลูกเอาไว้บนสวรรค์ แต่หงอคงก็กินลูกค้าจนหมดสวนแถมยังขโมยเหล้าและยาอายุวัฒนะของเทพเจ้าบนสวรรค์จนหมด สร้างความปั่นป่วนให้กับเทพบนสวรรค์เป็นอย่างมาก และหงอคงมีความคิดที่จะต้องการที่จะครอบครองสวรรค์ เง็กเซียนฮ่องเต้จึงได้ขอความช่วยเหลือพระพุทธเจ้าให้มาช่วยปราบหงอคงให้ 

เมื่อพระพุทธเจ้าได้มีการพูดคุยกับหงอคงพระองค์ได้ตรัสว่าพระองค์จะช่วยคุยกับเง็กเซียนฮ่องเต้ให้หงอคงได้ครอบครองสวรรค์ ทางออกคงมีความสามารถที่จะกระโดดออกจากขวามือของพระพุทธเจ้าได้หงอคงยอมรับเงื่อนไขจึงได้ขี่ก้อนเมฆหวังจะไปให้ไกลถึงสุดขอบโลกและเมื่อมาไกลพอสมควรแล้วงงก็เห็นว่ามีเสาตั้งอยู่ประมาณ 4 เสา

ซึ่งเขาคงเข้าใจว่าเราทั้ง 4 นั้นคือจุดสิ้นสุดของขอบฟ้าแล้วนั่นเองดังนั้นหมอคงจึงได้มีการเขียนชื่อตนเองเอาไว้ที่เสาเพื่อเอาไว้เป็นหลักฐานให้พระพุทธเจ้าได้ดูแล้วจึงขอกลับมาหาพระพุทธเจ้าอีกครั้งและเมื่อหงอคงมาถึงพระพุทธเจ้าก็โชว์ฝีมือให้หงอคงเห็นทำให้หงอคงรู้ว่าเสาร์ที่เห็นนั้นเป็นเพียงแค่นิ้วมือของพระพุทธเจ้าเท่านั้นเองเขาคงจึงถูกลงโทษด้วยการ

ด้วยการถูกกักขังไว้ใต้ภูเขาโกเคียว และพระพุทธเจ้ายังบอกอีกว่าหงอคงจะสิ้นสุดการถูกลงโทษก็ต่อเมื่อมีพระตถาคต ผ่านมา

ซึ่งจะเป็นเวลาห้าร้อยกว่าปี แล้วเมื่อ 500 ปีผ่านไปก็มีพระตถาคตองค์นึงเดินผ่านมานั่นก็คือพระถังซัมจั๋งนั่นเองและหมอคงก็ได้ขอร้องให้พระถังซัมจั๋งช่วยเหลือและตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหงอคงก็ติดตามรับใช้พระถังซัมจั๋ง 

 

สนับสนุนโดย  9luck

ตำนานแม่มด 

    หากพูดถึงคำว่าแม่มดหลายคนมักจะนึกถึงหญิงหญิงแก่สุ่มผ้าคลุมสีดำสามารถมีเวทย์มนต์และมักชอบขี่ไม้กวาดรวมถึงแม่มดจะสามารถเสกคาถาและฝากใครก็ได้ซึ่งมีการแต่งนิทานขึ้นมามากมายเกี่ยวกับแม่มดรวมถึงการนำแม่มดมาสร้างเป็นภาพยนตร์มากมายหลายเรื่อง

แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าคนส่วนใหญ่แล้วในอดีตมีการเชื่อว่าแม่มดนั้นมีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ของชาวอเมริกันเมื่อ 300 กว่าปีมาแล้วเคยเกิดเหตุการณ์ที่ชาวบ้านคลั่งไคล้เรื่องลัทธิแม่มดเป็นจำนวนมากในบางกลุ่มลักลอบตั้งตนเป็นแม่มดและในขณะที่ชาวบ้านก็ออกตามล่าหาแม่มดเพื่อนำมาจับจุดไฟเผาเพื่อทำลายแม่มดในประวัติศาสตร์ของอเมริกาในช่วงประมาณปี  1692-1693

ได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริการัฐแมสซาซูเสสโดยพบว่าที่ชุมชนแห่งหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านโดยอยู่มาวันหนึ่งเขาพบว่ามีเด็กหญิงหลายคนในหมู่บ้านมีอาการชักรวมถึงมีการโวยวายและส่งเสียงกรีดร้องและยังพูดภาษาที่ไม่สามารถให้ใครเข้าใจได้ว่าพูดเรื่องอะไรซึ่งอาการของเด็กในหมู่บ้านที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ทั้งบรรดาบาทหลวงรวมถึงคุณหมอที่อยู่ในหมู่บ้านต่างก็รู้สึกกังวลกับอาการของเด็กๆ

แต่เนื่องจากในสมัยก่อนวิวัฒนาการการรักษาและการเข้าใจโลกไม่ได้เก่งกาจเหมือนในปัจจุบันนี้ดังนั้นผู้คนจึงมักเชื่อไปในทางเรื่องเร้นลับมากกว่าจะเชื่อว่าเด็กในหมู่บ้านเกิดอาการป่วยขึ้นพร้อมๆกันเหมือนอย่างที่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยก็ยังมีการเกิดสำหรับเด็กนักเรียนที่มีอาการเหมือนกันโวยวายกรีดร้องหรือแม้แต่เป็นลมโดยคุณหมอแผนปัจจุบันก็จะบอกว่าเป็นอาการของโรค ต้องการอุปทานหมู่แต่เหตุการณ์แบบนี้ถ้าเกิดขึ้นในสมัยโบราณชาวบ้านมักจะเชื่อกันว่าเป็นเพราะผู้คนเหล่านั้น ถูกภูตผีปีศาจฝากแจ้งทำร้ายและในเหตุการณ์นั้น

ที่เด็กๆหลายคนในหมู่บ้านของ รัฐแมสซาซูเสสมีอาการโวยวายขึ้นมาพร้อมกันคือการที่เด็กๆเหล่านั้นถูกแม่มดสาปแช่งดังนั้น  ทั้งบาทหลวงน้าหมอรวมถึงชาวบ้านจึงต้องหาแม่มดมาลงโทษให้ได้และเหตุการณ์ในครั้งนั้นชาวบ้านและบาทหลวงก็มั่นใจว่าแม่มดคนดังกล่าวคือหญิงผิวดำที่รับหน้าที่สอนหนังสือให้กับเด็กๆในหมู่บ้านเนื่องจากเด็กๆ

จะมีการคลุกคลีกับหญิงทำการดังกล่าวอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้มาสอนหนังสือให้ เลยว่ากันว่าระหว่างที่หญิงนำคนดังกล่าวสอนหนังสือเด็กเธอก็ใช้เวทมนต์ดำสาปแช่งเด็กๆไปด้วยทีละคนทีละคนดังนั้นเธอจึงถูกชาวบ้านและบาทหลวงจับตัวไปเพื่อทำการทรมานให้ยอมรับสารภาพว่าเธอนั้นเป็นแม่มด

ซึ่งในขณะนั้นหากจับได้ว่าใครเป็นแม่มดโทษสูงสุดก็คือการฆ่าให้ตายด้วยการแขวนคอ ในปัจจุบัน บ้านของผู้พิพากษาที่ชื่อโจนาธานเคยเป็นบ้านของแม่มดในสมัยปี 1692 ที่ยังหลงเหลืออยู่ให้ประชาชนคนปัจจุบันได้เห็น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

ประวัติหลวงพ่อโสธร 

สำหรับหลวงพ่อโสธร ท่านเป็นพระพุทธรูปที่คนทั้งประเทศให้การเคารพนับถือ ยิ่งโดยเฉพาะชาวเมืองฉะเชิงเทราแล้วละก็ถือว่าท่านเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองเป็นพระประจำจังหวัดฉะเชิงเทราเลยก็ว่าได้ ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกเล่าที่มาขององค์หลวงพ่อโสธรอย่างคร่าวคร่าวให้ทราบกันค่ะ

  ว่ากันว่า องค์หลวงพ่อโสธรนั้น มีประวัติเก่าแก่มายาวนานมาก โดยมีเรื่องเล่ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดยเรื่องเล่ามีอยู่ว่าในตอนนั้นมีชาวบ้านเห็นพระพุทธรูปลอยน้ำมาด้วยกัน 3 องค์ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าพระพุทธรูปทั้งสามองค์นั้นเป็นพี่น้องกัน ซึ่งในตอนแรกนั้นพระพุทธรูปสั่งสามองค์ลอยน้ำตามกันมา

เมื่อชาวบ้านเห็นต่างก็พากันเอาเชือกขนาดใหญ่ไปมัดกับองค์พระไว้แล้วพยายามจะดึงองค์พระขึ้นมาบนฝั่ง แต่เกิดสิ่งอัศจรรย์ใจว่า มีการเกิดกระแสน้ำวน เกิดขึ้นในจังหวะทีพยายามดึงองค์พระทำให้องค์พระพุทธรูปทั้งสามองค์จมน้ำหายไป หลังจากนั้นก็มาพบองค์พระพุทธรูปลอยมาที่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งองค์พระแต่ละองค์ต่างก็ลอยแยกกันไป

องค์หนึ่งลอยไปทางบางพลี  ซึ่งปัจจุบันคือหลวงพ่อโต อีกองค์ลอยไปทางบ้านแหลมจังหวัดสมุทรสงคราม ปัจจุบันคือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และองค์สุดท้ายลอยมาที่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งก็คือหลวงพ่อโสธรนั่นเอง

        ตามเรื่องเล่ากล่าวว่าหลวงพ่อโสธรลอยมาติดอยู่ริมตลิ่งที่หน้าวัดเสาธงทอน หรือปัจจุบันชาวบ้านเรียกวัดนี้กันว่าวัดหลวงพ่อโสธรนั่นเอง  ในตอนแรกที่เห็นองค์พระลอยอยู่ชาวบ้านพยายามนำเชือกมาดึงขึ้นแต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถดึงองค์พระขึ้นมาได้ จึงได้มีการไปอัญเชิญพระอาจารย์ชื่อดังที่เก่งเรื่องเวทมนต์คาถา มาทำพิธีเชิญองค์หลวงพ่อโสธรขึ้นมาจากน้ำ

ซึ่งก็เป็นผลสำเร็จและชาวบ้านได้อัญเชิญหลวงพ่อโสธรเข้าไปประดิษฐานเอาไว้ในโบสถ์ หลังจากนั้นชาวบ้านต่างก็พากันมากราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมากและที่สร้างปาฎิหารย์ ที่ ทำให้องค์หลวงพ่อโสธรมีชื่อเสียงโด่งดังมากก็เพราะว่ามีเหตุการณ์อยู่ครั้งหนึ่งซึ่งในตอนนี้เป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้ทรพิษ ซึ่งมีครอบครัวหนึ่งติดไข้ทรพิษกันทั้งครอบครัว

พวกเขาได้นำดอกไม้ธูปเทียนมากราบไหว้ขอพร และขอให้หายจากอาการของไข้ทรพิษ หลังจากขอพรเสร็จครอบครัวนี้ได้นำดอกไม้แห้งและหยุดน้ำตาเทียน มาต้มน้ำแล้วดื่ม หลังจากนั้นไม่นานทั้งครอบครัวนั้นก็หายจากอาการของไข้ทรพิษ

จึงทำให้ทุกคนมากราบไหว้ขอพร บนบานศาลกล่าวให้องค์หลวงพ่อโสธรช่วย แต่ที่ห้ามขอเพราะหลวงพ่อจะไม่ให้ก็คือ ห้ามขอไม่ไปเป็นทหาร เพราะท่านอยากให้ลูกหลานท่านเป็นทหาร ดังนั้นหากใครมาขอจะได้เป็นทหารทันที

ใครเป็นคนพบเห็น ซีอุย ฆ่าศพเด็กคนสุดท้าย

เหยื่อรายที่ 7 รายสุดท้าย เด็กชาย สมบุญ บุญยกาญจน์ ในท้ายที่สุดแล้ว ซีอุย ก็ไม่อาจที่จะหนีพ้นผลกรรมที่เขานั้นได้ก่อขึ้นเอาไว้เป็นไปได้หลังจากที่ ซีอุย ได้ลงมือที่สังหารเหยื่อรายสุดท้ายในวันที่ 27 เดือนมกมราคม พศ2501

ขณะที่ซีอุยทำงานขุดดินปลูกผักอยู่ในสวนเด็กชาย สมบุญ บุญยกาญจน์บุตรชายของนายนาวากับนางละมูลบุญยกาญจน์ ซึ่งเด็กมักจะมากับคุณพ่อเพื่อที่จะแวะซื้อผักที่ไร้ที่เป็นนายจ้างของ ซีอุย อยู่เป็นประจำและในบางครั้งนายนาวาเองก็มักที่จะใช้ลูกชายมาซื้อผักแทนเพียงลำพังซึ่งซีอุยก็ดูเหมือนว่าเขาจะคอยหาโอกาสอยู่หลายครั้งและครั้งนี้เมื่อได้โอกาสซีอุยไม่รอช้าจัดการใช้มีดแทงเข้าไปที่คอหอยของเด็กชายผู้เคราะห์ร้ายอย่างชำนาน

ก่อนที่จะใช้มีดพับกรีดหน้งอกควักเอาตับและหัวใจออกมาเหมือนเช่นเคยแต่คราวนี้เหยื่อของซีอุยเป็นลูกชายของคนที่รู้จักและสนิทสนมกับเจ้านายอีกทั้งต้องรู้ว่าลูกชายของตัวเองหายไปไหนซีอุยจึงจำเป็นต้นทำลายหลักฐานให้สิ้นซากในขณะที่นายนาวาผู้เป็นพ่อของเด็กเคราะห์ร้ายก็ได้ผิดสังเกตที่ลูกชายนั้นได้หายไปนานอย่างผิดปกติ

จึงได้ชวนเพื่อนบ้านช่วยกันออกตามหากระทั่งเมื่อมาถึงไร้และด้วยความบังเอิญพ่อของเด็กเคราะห์ร้ายและชาวบ้านได้พากันเดินตรงไปยังสถานที่ ซึ่ง ซีอุยกำลังเผาทำลายศพของเด็กชายสมบุญพอดีและเห็น ซีอุย กำลังเผาอะไรบางอย่างจึงได้เดินเข้าไปหาเพื่อจะถามว่าเห็นลูกชายของตนหรือไม่แต่เมื่อเดินเข้าไปไกล้กองไฟนายนาวาสังเกตุเห็นขาของบุตรชายโผ่งลอดกองไม้ที่ใช้สำหรับเผาออกมาจึงรีบไปเอาเสาไม้ออกและแล้วพวกเขาก็ได้พบศพเด็กชายสมบุญนอนตายอยู่ตรงนั้นในลักษณะถูกเผาไปแล้ว

บางส่วนเมื่อเห็นดังนั้นนายนาวาและชาวบ้านจึงเข้ารุมประชาทัณฑ์ซีอุยจากนั้นก็จับตัวซีอุยมัดเอาไว้กับเสาบ่อน้ำซึ่งอยู่ไกล้กันก่อนจะแจ้งตำรวจในเวลาต่อมาและเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบที่พักของซีอุยก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบกับตับและหัวใจของเด็กชายสมบุญซ่อนอยู่ในตู้กับข้าวหลังจากการสอบสวนซีอุยได้ให้การรับคำสารภาพเรื่องทั้งหมดต่อมาซีอุยได้ถูกนำตัวขึ้นศาลโดยการสือบพยานและสอบปากคำทำให้ทราบว่าแท้จริงแล้วซีอุยคือคนร้ายคนเดียวกันกับที่ลงมือสังหารโหดเด็กๆรวม6ศพตามสถานที่ต่างๆนั่นเอง

โดยซีอุยรับสารภาพทุกอย่างออกมาโดยไม่มีการปฏิเสธข้อกล่าวใดๆเลยจนในท้ายที่สุดศาลได้ตัดสินประหารชีวิตและเมื่อซีอุยได้รู้ผลการพิจารณาโทษในครั้งนั้นซีอุยก็ได้เป็นลมล้มลงกับพื้นไปเลยและในวันที่17เดือนกันยายน พศ2502 ได้ปิดฉากประหารชีวิต  ซีอุย

ยอดเขาที่สูงที่สุดที่ไม่มีใครสามารถขึ้นไปพิชิตมันได้

เราลองมาดูยอดเขาที่มีความสูงเป็นอันดับสองของโลกที่มีชื่อว่าK2 ณ ยอดเขาสูงแห่งนี้ถือได้ว่าไปได้ยากกว่ายอดเขาเอเวอเรสต์ซะอีกและจากสถิติก็ได้พบว่ามีคนที่สามารถขึ้นไปยังจุดสูงสุดของยอดเขาไปเพียงแค่300คนเท่านั้น

ขณะที่มีผู้คนที่จะต้องมาจบชีวิตลงในที่แห่งนี้ถึง77ด้วยกันและมันหมายความว่ามีโอกาสที่หนึ่งในห้าคนที่จะต้องเดินทางไปยังยอดเขาแห่งนี้ก็จะต้องเสียชีวิตลงนอกจากนี้ยังไม่มีใครที่จะสามารถขึ้นไปยังยอดเขา K2 ในฤดูหนาวได้อีกด้วย

ณ ยอกเขา K2 ได้มีชื่อเล่นว่า The Savage Mountain หรือแปลกว่า ยอดเขาอำมหิต เนื่องจากว่าการปีนขึ้นไปสู่ยอดเขานี้มากยากและยังเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอีกด้วยเรียกได้ว่าในการไปพิชิตบนยอดเขา K2 ถือเป็นหนึ่งในสถานที่มันไปได้ยากมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกันเลยทีเดียวเราลองมาดูที่ภูเขาในเทือกเขาหิมาลัย

อีกหนึ่งลูกกันต่อภูเขาแห่งนี้มีชื่อว่า Annapurna อันนะปุรณะ ซึ่งจะถือได้ว่ามันมีภูเขาที่มีเส้นทางในการที่จะขึ้นไปยังข้างบนยอดเขาอันตรายมากๆและยังเป็นภูเขาที่ได้มีความสูงเป็นอันดับ10ของโลกเลยทีเดียวและตั้งแต่ในอดีตจนมาถึงในปัจจุบันได้มีผู้ที่สามารถขึ้นไปพิชิตยอดเขาแห่งนี้ได้เพียง191คนเท่านั้นแต่ก็ยังมีผู้ที่เสียชีวิตจากการที่จะพยายามที่จะไปให้ถึงในที่จุดสูงสุดของภูเขาแห่งนี้ถึงประมาณ61คนด้วยกัน

ซึ่งจะคิดเป็นอัตราส่วนในการเสียชีวิตสูงถึงประมาณ1ต่อ4คน ซึ่งก็หมายถึงในทุกๆ4คนที่กำลังจะพยายามที่จะขึ้นไปยังบนยอดเขาและจะมีผู้ที่สังเวยชีวิตให้กับภูเขาแห่งนี้จำนวน1คน ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นอัตราส่วนที่มีสูงมากดังนั้นต้องบอกได้เลยว่ามันเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คนสามารถที่จะไปถึงยากมากที่สุดในโลกอีกหนึ่งที่เช่นกันแต่เพื่อนจะทราบกันหรือไม่ว่ายังมียอดเขาอื่นที่ในปัจจุบันยังไม่มีคนสามารถไปพิชิตมันได้เลย

และยอดเขาที่ว่านั้นก็คือGangkhar Puensum กังคาพูนซัม ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงมากที่สุดที่ไม่มีใครจะสามารถที่จะขึ้นไปพิชิตมันได้มันมีความสูงประมาณ7570เมตร ซึ่งจะไม่มีใครที่จะสามารถขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของยอดเขานี้ได้และจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนจะไปอยู่ที่จุดนี้เป็นระยะเวลานานภูเขาแห่งนี้ได้ตั้งอย่ในประเทศภูฏานมันได้ถูกห้ามไม่ให้นักปีนเขาขึ้นไปเนื่องจากว่ามันเป็นภูเขาที่ได้รับการเคารพจากคนในพื้นที่รวมทั้งความเชื่อด้านศาสนา

ตำนานบั้งไฟพญานาค 

   เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องพญานาคกันเป็นอย่างดียิ่งกลับคนที่นิยมเล่นหวยแล้วก็พญานาคถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์กินข้าวหวยหลายคนมักจะไปขอหวยกัน

โดยจะไปขอหวยพญานาคที่คำชะโนดกันเป็นส่วนมากตำนานความเชื่อของพญานาคมีมานานหลายชั่วอายุคนและคนส่วนใหญ่ที่เชื่อเกี่ยวกับเรื่องพญานาคมักจะเป็นคนที่อยู่ในแถบของภาคอีสานซึ่งเป็นต้นกำเนิดของพญานาคโดยมีการเชื่อกันว่าพญานาคอาศัยอยู่ในลุ่มแม่น้ำโขงโดยทุกๆปีประชาชนต่างก็จะไปรอดูพญานาคพ่นไฟขึ้นมาเหนือน้ำ

ซึ่งเราเรียกว่างานบั้งไฟพญานาคซึ่งเทศกาลนี้จะมีการจัดขึ้นทุกๆปีและจะมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศรวมถึงนักท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติเดินทางไปชมความอัศจรรย์นี้กันเป็นจำนวนมากและทุกๆปีก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังเพราะว่าในทุกๆปีเรามักจะเห็นดวงไฟขึ้นมาเหนือน้ำของลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งไม่สามารถหาคำตอบได้เหมือนกันว่าดวงไฟเหล่านั้นขึ้นมาจากแม่น้ำโขงได้อย่างไร โดยปกติแล้วการจัดงานบุญบั้งไฟพญานาคนั้นจะมีการจัดทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11

ซึ่งจะตรงกับวันออกพรรษาโดยจังหวัดทางแถบภาคอีสานจะมีการจัดงานการละเล่นต่างๆแล้วตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเป็นต้นไปประชาชนก็จะพากันไปนั่งอยู่ริมแม่น้ำโขงเพื่อรอดูรูปไฟที่จะค้นขึ้นจากแม่น้ำขึ้นมาซึ่งหลายคนชื่อว่าลูกใครเหล่านั้นคือพญานาคกำลังพ่นไฟขึ้นมา 

        สำหรับชาวบ้านที่ไปบั้งพญานาคนั้น ทางไปเพราะว่ามีความศรัทธาและเคารพนับถือในตัวพญานาคจึงต้องการไปดูปาฏิหาริย์ที่พญานาคมีการพ่นไฟขึ้นมาการทำงานประวัติความเชื่อมาแต่สมัยโบราณเชื่อกันว่ามีพญานาคอยู่ตนหนึ่งต้องการที่จะบวชเป็นพระแต่ไม่สามารถที่จะบวชได้เนื่องจากว่าไม่ใช่มนุษย์โดยตรง พญานาคตอนนี้มีนิสัยดุร้ายเป็นอย่างมาก

แต่พระพุทธเจ้าไม่ทราบเรื่องก็ได้มาโปรดสั่งสอนพญานาค จนพญานาคสำนึกตัวได้และตั้งตัวเป็นพุทธมามกะ เพราะเริ่มใสศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปยังสวรรค์เพื่อไปเยี่ยมพระมารดาและอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลา 1 พรรษา แล้วถึงเวลาที่พระพุทธเจ้าจะกลับลงมายังโลกมนุษย์เพื่อพญานาคตนนั้น

ดูเข้าจึงได้มีการพ่นไฟเพื่อทำการฉลองการกลับมาของพระพุทธเจ้าจึงเกิดเป็นบั้งไฟพญานาคนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเล่าต่อๆกันมาตามตำนานความเชื่อของคนโบราณและเมื่อถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ของทุกปีชาวบ้านก็จะมารวมตัวกันที่นี่เพื่อมาดูที่พญานาคจะมีการจุดเพื่อฉลองให้กับพระพุทธเจ้า

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  next88